สรุปข่าว
- Richard Teng CEO ของ Binance ประกาศผ่าน X ว่า Crypto Wallet จะกลายเป็น “บัญชีธนาคาร” ใหม่ของโลก และระบบการเงินกำลังถูกสร้างใหม่อีกครั้งบนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน
- Binance มีผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนแล้ว และมุ่งขยายสู่ 3,000 ล้านคน ด้วยวิสัยทัศน์ว่าคริปโตจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลก
- Stablecoin ในตลาดเองตอนนี้ก็มี supply หมุนเวียนเกิน 320,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โวลุมการใช้งาน on-chain รายเดือนแตะ 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ ครั้งหนึ่งเคยแซง ACH network ของสหรัฐฯ ไปแล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
วิสัยทัศน์ระดับ CEO ของเว็บเทรดใหญ่ที่สุดในโลกที่ชี้ให้เห็นถึงเรื่องราวในมุมมองที่ว่า Wallet นั้นคือบัญชีธนาคารเป็นสัญญาณกระตุ้นอารมณ์ตลาดให้เป็นไปในเชิงบวกทั้งนี้การที่เขาออกเผยข้อมูลดังกล่าวนั้นเออาจหนุนให้ BNB รวมถึงบรรดาเหรียญ DeFi เติบโตด้วยในระยะสั้น
“Wallet คือบัญชีธนาคาร”
Richard Teng CEO ของ Binance ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ว่า “Wallets คือบัญชีธนาคารยุคใหม่ ระบบการเงินกำลังถูกสร้างใหม่บน Blockchain” ซึ่งเป็นการสรุปวิสัยทัศน์ที่เขาเน้นย้ำมาตลอดในปีนี้ได้อย่างกระชับและทรงพลัง คำพูดนี้ไม่ได้แค่การทำการตลาดเท่านั้นแต่มันคือทิศทางที่ Binance และอุตสาหกรรมคริปโตทั้งหมดกำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลง
ตัวเลขรองรับมีให้เห็นไม่ใช่แค่การแสดงวิสัยทัศน์
Teng ชี้ให้เห็นว่า on-chain ของ RWA (Real World Assets) เติบโตเกินกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ขณะที่ผู้ใช้คริปโตทั่วโลกในปี 2025 แตะ 741 ล้านคน และโวลุมใช้งานแอพรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปี 2023
ในงาน Binance Online เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา Yi He ผู้เป็น CEO อีกคนของ Binance ได้ขยายความว่า “3 พันล้านนั้นไม่ใช่แค่กับเว็บเทรดแต่มันกำลังแสดงถึงการที่เราเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินของโลก” ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ Teng กำลังพูดบน X ไม่มีผิด
บล็อกเชนกำลัง “แซง” ระบบธนาคารแบบเดิมจริงๆ
Stablecoin ที่มี supply หมุนเวียนเกิน 320,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมโวลุมการใช้งาน on-chain รายเดือนที่แตะ 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในบางช่วงเวลาตัวเลขนี้เคยแซงหน้า ACH network ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระบบชำระเงินหลักในประเทศไปแล้ว และการชำระเงิน end-user ด้วย stablecoin กำลังวิ่งอยู่ที่ประมาณ 390,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่การชำระเงินในภาคธุรกิจเติบโตกว่า 733%
Teng ย้ำในหลายเวทีว่ายังมีคนอีกกว่า 1,400 ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้ และคริปโตคือโซลูชันที่มีอยู่สามารถใช้งานได้ตลอด 24/7 ไม่มีการกีดกัน, ไม่ขึ้นกับสงครามการค้าและทำงานแบบกระจายศูนย์ 100%
คำพูดของ Richard Teng ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประโยคคำหวานที่หยอดผู้ใช้งานบน X แต่มันคือการสรุปทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีตัวเลขรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ stablecoin ที่โวลุมแซง ACH ไปจนถึง RWA ที่ตัวเลขเกิน 25,000 ล้านดอลลาร์ เรื่องราวเหล่านี้เริ่มกลายเป็น “ความจริงในชีวิตประจำวัน” มากกว่าการคาดการณ์ เพราะเมื่อใดที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มออก stablecoin และสินทรัพย์ในรูป token ให้อยู่บนบล็อกเชนมากขึ้น คำว่า “Wallet คือบัญชีธนาคาร” จะไม่ใช่แค่การเปรียบเปรยแต่มันกำลังแปรสภาพสู่การเป็นข้อเท็จจริง
ที่มา: Richard Teng, Mastercard, CryptoNews, Business Upturn, Benzinga

