bitkub-banner

ส่อง 3 เหรียญคริปโตตัวเต็งมูลค่าตลาดจ่อทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานจาก Finbold มองว่า Zcash, Cardano และ Bitcoin Cash มีโอกาสกลับไปมีมูลค่าตลาดเกิน 10,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกระแส ETF, ความชัดเจนด้านกฎหมายในสหรัฐฯ และการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่
  • ตลาดคริปโตรอบใหม่เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับ “ปัจจัยพื้นฐาน” มากกว่าเหรียญที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสระยะสั้น

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ในช่วงปี 2026 นักลงทุนคริปโตฯ เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่ากระแสเก็งกำไรระยะสั้นส่งผลให้เหรียญรุ่นบุกเบิกอย่าง Zcash, Cardano และ Bitcoin Cash กลับมาอยู่ในความสนใจตลาดอีกครั้ง รายงานจาก Finbold มองว่า เหรียญทั้ง 3 ตัวมีโอกาสผลักดันมูลค่าตลาดทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์ และกลับเข้าสู่เหรียญ Top 8  (ไม่รวม Stablecoin) ภายในสิ้นปีนี้

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเติบโตและเดินหน้าไปอีกขึ้น ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทิศทางของตลาดในปัจจุบันเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่ากระแสเก็งกำไรระยะสั้น และในรอบนี้ชื่อที่เริ่มถูกพูดกลับไม่ใช่เหรียญหน้าใหม่ แต่เป็นเหรียญรุ่นบุกเบิกอย่าง Zcash, Cardano และ Bitcoin Cash ที่หลายคนเคยมองว่าอาจผ่านจุดพีคไปแล้ว

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา รายงานวิเคราะห์เจาะลึกจาก Finbold ชี้ให้เห็นว่า เหรียญทั้ง 3 ตัวนี้มีโอกาสสูงที่จะสร้างมูลค่าตลาดทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์ และกลับเข้าสู่กลุ่ม 8 อันดับแรกของคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่นับรวม Stablecoin) ภายในสิ้นปี 2026

สาเหตุหลักมาจากปัจจัยหนุนระดับโครงสร้างที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินทุนจากสถาบัน, การปลดล็อกด้านกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกา, ไปจนถึงการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนบทบาทของโปรเจกต์เหล่านี้ไปอย่างสิ้นเชิง

1. Zcash (ZEC)

Zcash คือผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งที่เข้าใกล้เส้นชัยมากที่สุด โดยปัจจุบันมีมูลค่าตามอยู่ที่ราวๆ 9.6 พันล้านดอลลาร์ ขาดอีกเพียง 4.17% ก็จะทะลุเป้าหมาย 10,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาปรับตัวบวกขึ้นมาแล้วเกือบ 12% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) มาอยู่ที่ระดับ 573.62 ดอลลาร์

สิ่งที่ทำให้ ZEC น่าจับตามองอย่างมากคือ “แรงสนับสนุนจากสถาบันการเงิน” นำโดยกองทุน Grayscale Investments ที่เพิ่งยื่นเรื่องขอแปลง Zcash Trust ให้กลายเป็นกองทุน Spot ETF สำหรับเหรียญสาย Privacy Coin กองแรกของสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า Multicoin Capital กำลังซุ่มเก็บสะสมเหรียญ ZEC จำนวนมหาศาลมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

สิ่งเหล่านี้ล้วนตอกย้ำว่า ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวของ ZEC ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในสายตาของนักลงทุนระดับสถาบัน

2. Cardano (ADA)

ต่อมาเหรียญที่สองคือ Cardano (ADA) ที่มีมูลค่าตลาดราว 9.2 พันล้านดอลลาร์ ห่างจากเป้าหมาย 8% แม้ราคาจะร่วงลงกว่า 25% นับตั้งแต่ต้นปี จนตอนนี้ลงมาอยู่ที่ 0.248 ดอลลาร์ แต่ ADA กำลังจะได้ไพ่ตายใบสำคัญคือ เรื่องกฎระเบียบในสหรัฐฯ 

จุดเปลี่ยนของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ Paul Atkin ประธาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ​ (SEC) ประกาศผ่านข้อเสนอ Safe Harbor ในเดือนมีนาคม 2026 ว่า ADA ไม่ใช่ “หลักทรัพย์” 

การปลดล็อกด้านกฎหมายผนวกกับความคาดหวังเรื่อง CLARITY Act ทำให้สถาบันยักษ์ใหญ่อย่าง VanEck, 21Shares, Canary Capital และ Grayscale แห่เข้ามายื่นขอเปิดกองทุน Spot ADA ETF กันอย่างคึกคัก ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ปัจจัยเหล่านี้จะดึงดูดเม็ดเงินครั้งใหญ่เข้าสู่ระบบนิเวศของ Cardano

Bitcoin Cash (BCH)

และเหรียญตัวสุดท้ายคือ Bitcoin Cash (BCH) ซึ่งถือว่าอยู่ห่างจากเป้าหมายมากที่สุดด้วยมูลค่าตลาดปัจจุบันราว 7.4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่  368.78 ดอลลาร์ ร่วงลงกว่า 38% นับตั้งแต่ต้นปี

แต่ไฮไลต์สำคัญของเหรียญนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เครือข่ายได้ทำการเปิดใช้งาน “Layla Hard Fork” ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ที่ใส่ความสามารถด้าน Smart Contract เข้ามา 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ได้พลิกโฉม Bitcoin Cash จากการเป็นแค่เหรียญสำหรับโอนเงินให้กลายเป็น Programmable Money Layer หรือโครงสร้างการเงินที่สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ คล้ายกับระบบนิเวศของ Ethereum ในปัจจุบัน 

นั่นหมายความว่า ในอนาคต BCH อาจเปิดประตูสู่โลกของ DeFi ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์และ dApps แอปพลิเคชันที่พัฒนาบนบล็อกเชนได้อย่างเต็มรูปแบบ

สรุป

การกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งของเหรียญระดับตำนานทั้ง 3 ตัว สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ตลาดคริปโตในปี 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังให้ความสำคัญกับโปรเจกต์ที่มีรากฐานแข็งแกร่ง มีชุมชนรองรับ และสามารถปรับตัวเข้ากับโครงสร้างโลกการเงินยุคใหม่ได้จริง ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและกฎหมาย


มุมมองส่วนตัว: แม้ Altcoin ทั้ง 3 เหรียญนี้จะเริ่มกลับมาได้รับความสนใจจากตลาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องไม่มองข้ามคือ “เรื่องความผันผวน” ที่ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมูลค่าตลาดของเหรียญเหล่านี้ยังเล็กเมื่อเทียบกับ Bitcoin ดังนั้น ในมุมของการบริหารความเสี่ยง พอร์ตการลงทุนคริปโตควรให้น้ำหนักกับ Bitcoin เป็นสัดส่วนหลักมากที่สุด แล้วค่อยกระจายความเสี่ยงไปยัง Altcoin ตามระดับมูลค่าตลาดและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพอร์ตในระยะยาว

ที่มา: Finbold