สรุปข่าว
- Peter Schiff นักวิจารณ์การเงินชื่อดังและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Euro Pacific Capital ออกโรงโจมตีบริษัท MicroStrategy พร้อมผู้ก่อตั้งอย่าง Michael Saylor อย่างหนักหลังจากราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงอย่างรุนแรง
- Schiff ระบุว่ากลไกทางการเงินที่หนุนหลังการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทกำลังพังทลายลงโดยเฉพาะหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ราคาดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจนทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ขาดทุนอย่างหนักและอาจบังคับให้บริษัทต้องเทขาย Bitcoin ออกมา
- นอกจากนี้การเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจำนวน 1,550 เหรียญล่าสุดยังส่งผลให้บริษัทขาดทุนไปแล้วกว่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่ง Schiff มองว่าสิ่งนี้ทำให้ผลตอบแทนต่อหุ้นติดลบและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายได้ในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากแรงเทขายในหุ้น STRC และ MSTR รวมถึงการขาดทุนจากการเข้าซื้อ Bitcoin ล่าสุดอาจกดดันให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างหรือเทขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่องซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดโดยรวม
Peter Schiff เปิดฉากโจมตีโมเดลธุรกิจของ MicroStrategy อย่างดุเดือดโดยชี้ว่าโครงสร้างทางการเงินที่ Michael Saylor สร้างขึ้นกำลังพังทลายลง
เขาเน้นย้ำถึงปัญหาของหุ้น STRC ซึ่งถูกโปรโมตว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยสำหรับวัยเกษียณแต่ราคากลับดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 85.32 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียผลตอบแทนไปเกือบเท่ากับปันผลทั้งปีที่ 11.5%
Schiff ประเมินว่าหากบริษัทต้องการผลักดันราคาหุ้นกลับไปที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อชดเชยให้นักลงทุนเดิมและเพื่อให้สามารถออกหุ้นใหม่ได้จะต้องเพิ่มอัตราผลตอบแทนขึ้นไปถึง 13.5% ซึ่งถือเป็นภาระที่หนักหน่วงมาก
ที่แย่ไปกว่านั้นคือการซื้อ Bitcoin ล็อตล่าสุดจำนวน 1,550 เหรียญทำให้บริษัทเผชิญกับการขาดทุนทันทีกว่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Schiff ชี้ว่าการกระทำนี้ยิ่งทำให้สัดส่วนการถือครองต่อหุ้นลดลงและกลายเป็นผลตอบแทนที่ติดลบสำหรับผู้ถือหุ้น MSTR
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าคำวิจารณ์ของ Peter Schiff แม้จะดูรุนแรงถึงขั้นประชดประชันว่า Saylor อาจต้องไปใส่ชุดนักโทษสีส้มในอนาคต แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโมเดลการกู้เงินและออกหุ้นเพื่อมาซื้อ Bitcoin เมื่อราคาในตลาดไม่เป็นใจ การที่หุ้นบุริมสิทธิซึ่งควรจะมีเสถียรภาพกลับร่วงลงอย่างหนักแสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนต่อสภาพคล่องของบริษัท หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้ออาจส่งผลให้ MicroStrategy ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลและอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ตอกย้ำทิศทางขาลงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้

