สรุปข่าว
- กระแสความร้อนแรงของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลออกจากตลาดการเงินส่วนอื่นๆ รวมถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยล่าสุดบริษัท SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้เตรียมเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนสูงถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม
- บริษัท Changxin Memory Technologies ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปสัญชาติจีนก็เตรียมเปิดจองหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ด้วยมูลค่าระดมทุนกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำเงินไปขยายกำลังการผลิตและยกระดับเทคโนโลยีให้สอดรับกับความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- การนำเงินทุนไปจัดสรรให้กับบริษัทผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นสาเหตุหลักที่ดึงดูดสภาพคล่องออกไปจนทำให้ราคาของ Bitcoin ร่วงลงถึง 50% จากจุดสูงสุดเดิม ท่ามกลางแนวโน้มที่บริษัทระดับโลกอย่าง OpenAI อาจเตรียมเข้าตลาดและแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนในอนาคตอันใกล้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากกระแสเงินทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อไปไล่ซื้อหุ้นของบริษัทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนสภาพคล่องต่อไป
กระแสความร้อนแรงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่ถูกพูดถึงตามหน้าสื่อเท่านั้น แต่มันกำลังดูดซับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่ควรจะไหลเข้าสู่ตลาดการเงินแขนงอื่นรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีให้หันเหทิศทางไป
แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนจากการเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ของสองยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมชิป โดยเริ่มจาก SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ที่เตรียมเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงในสหรัฐอเมริกาช่วงวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้สูงถึง 2.45 ถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเสนอขายครั้งนี้ดึงดูดความสนใจจากกองทุนระดับโลกและนักลงทุนสายเทคโนโลยีจนมียอดจองซื้อทะลุเป้าไปแล้วกว่า 7 เท่า โดยเม็ดเงินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ขยายกำลังการผลิตและจัดซื้ออุปกรณ์ล้ำสมัยเพื่อรองรับความต้องการในตลาดที่กำลังพุ่งทะยาน
ในขณะเดียวกันฝั่งประเทศจีนก็เตรียมรับมือกับดีลระดมทุนระดับเมกะโปรเจกต์เช่นกัน เมื่อ Changxin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของประเทศเตรียมเปิดให้จองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าระดมทุนไว้ที่ 2.95 หมื่นล้านหยวนหรือประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าบริษัทจะต้องรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกา แต่พวกเขาก็ยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดด้วยรายได้ในไตรมาสแรกที่พุ่งขึ้นถึง 700% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเงินระดมทุนก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ยกระดับเทคโนโลยีและสายการผลิตเพื่อรักษาการเติบโตของบริษัทที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ราว 7.7%
การตบเท้าเข้าตลาดของทั้งสองบริษัทเกิดขึ้นตามหลังหุ้นเทคโนโลยีอย่าง SpaceX และ Cerebras ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพรวมว่านักลงทุนกำลังเลือกเทเม็ดเงินก้อนใหม่เข้าหาบริษัทที่ทำหน้าที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ AI มากกว่าที่จะเอาเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านราคาของ Bitcoin ที่ร่วงลงมาแกว่งตัวอยู่แถวระดับ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการลดลงราว 50% จากจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือนตุลาคม
ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าประเมินเฉียดล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอย่าง OpenAI และ Anthropic ก็กำลังถูกจับตามองว่าอาจจะเข้าตลาดหุ้นในอนาคตเช่นกัน แม้ความกังวลเรื่องมูลค่าที่สูงเกินจริงอาจทำให้แผนการนี้ต้องเลื่อนออกไปถึงปี 2027 แต่ถ้าหากมีกระแสการเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีกระลอก ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีก็มีแนวโน้มที่จะถูกดึงสภาพคล่องออกไปอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเจอกับคู่แข่งในการดึงดูดเม็ดเงินที่น่ากลัวที่สุดอย่างอุตสาหกรรม AI ซึ่งมีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถสร้างรายได้และการเติบโตให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวเลขผลประกอบการ การที่หุ้นผู้ผลิตชิปสามารถระดมทุนระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างง่ายดายสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันเลือกที่จะพักเงินในสินทรัพย์ที่จับต้องผลกำไรได้ชัดเจนกว่า
ในขณะที่ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซียังต้องพึ่งพาปัจจัยเชิงจิตวิทยาและสภาพคล่องส่วนเกินเป็นหลัก หากวัฏจักรการลงทุนของกลุ่มเทคโนโลยียังคงร้อนแรงและมีบริษัทใหม่ตบเท้าเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์ดิจิทัลก็อาจจะต้องเผชิญกับภาวะซึมเซาและถูกแย่งความสนใจต่อไปจนกว่าจะมีนวัตกรรมหรือปัจจัยมหภาคใหม่ๆ เข้ามาดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลกลับมาอีกครั้ง

