bitkub-banner

ราคา Bitcoin ร่วงเฉียด $62,000 ก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ แม้มีข่าวดีเจรจาสงบศึกอิหร่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin ร่วงแตะ $62,237 สวนทางปัจจัยบวกมหภาคเมินข่าวดีด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สหรัฐฯ เตรียมเจรจากับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 
  • เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะการโจมตี Coldcard wallet ได้ทำลายความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมส่งผลทำให้คริปโทฯ ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นลบตามพี่ใหญ่ BTC
  • เทรดเดอร์ต้องลุ้นให้ Bitcoin รักษาระดับ $62,000 เอาไว้ให้ได้ หากการเจรจาสำเร็จ ตลาดอาจได้โอกาสฟื้นตัวรอบใหม่ แต่หากล้มเหลว ราคามีความเสี่ยงที่จะดิ่งลงซ้ำเติม

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากระดับ $63,700 ลงมาแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $62,237 เนื่องจากได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากวิกฤติความเชื่อมั่นในระบบ Self-Custody และเลือกที่จะเมินปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจมหภาคเรื่องการเตรียมเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลง -7.3% ทำให้ต้องมาลุ้นว่าหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับว่า Bitcoin จะสามารถรักษาระดับแนวรับ $62,000 ไว้ได้หรือไม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนในเดือนสิงหาคม

ราคา Bitcoin ได้เริ่มมีการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่ายวันนี้จากระดับราคา $63,700 ร่วงลงมาสู่จุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $62,237 ก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ  ทำให้วันนี้นักเทรดคาดเดาทิศทางของ Bitcoin ได้ยากยิ่งขึ้นเนื่องจาก ปัจจัยหนุนและปัจจัยฉุดรั้งต่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

ในมุมหนึ่ง Bitcoin ภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธาเรื่องของการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง หลังจากที่ Coldcard wallet ถูกเจาะและโดนสูบเงินไปแล้วมากกว่า $89 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับข่าวดีที่สหรัฐฯ กำลังลดระดับความตึงเครียดลงและมีแผนที่จะเข้าเจรจากับอิหร่านอีกครั้งเพื่อยุติสงคราม

ด้านคริปโตสกุลอื่นในบรรดา TOP 10 เองส่วนใหญ่ก็มีความเคลื่อนไหวอ้างอิงกับ Bitcoin มีเพียง BNB และ HYPE เท่านั้น ที่ยังคงดิ้นรนไม่ขยับลงตาม Bitcoin แต่ก็ไม่มีแรงส่งมากพอที่จะสามารถพูดได้ว่าเป็นการพุ่งขึ้นสวนตลาด 

กลับกันทางสินค้าและสินทรัพย์อื่นๆ กลับได้รับผลกระทบจากข่าวเจรจาอย่างชัดเจนเช่นน้ำมันดิบ Brent crude futures ที่ร่วงลงมากว่า -7.3% ต่ำกว่าบาร์เรลละ $81.55 เพื่อรอรับข่าวการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ด้านพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่างปรับตัวขึ้นถ้วนหน้าทุกช่วงอายุสัญญา หลังจากการย่อตัวของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 4 จุดพื้นฐานมาอยู่ที่ระดับ 4.69% หลังจากที่เพิ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2025 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับ สัญญาฟิวเจอร์สของดัชนี Nasdaq 100 และดัชนีหุ้นยุโรปที่ต่างปรับตัวบวกขึ้น 0.8% ในขณะที่ราคาทองคำขยับขึ้น 0.3% เคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ $4,060 ต่อออนซ์

โดยปกติแล้วราคาน้ำมันที่ลดลง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และการพุ่งขึ้นของตลาดฟิวเจอร์ส รวมถึงความมั่นคงของโลกมักเป็นสัญญาณดีที่ทำให้คริปโทฯ ได้รับแรงหนุนแต่ในรอบนี้ Bitcoin กลับเลือกที่จะเมินทุกปัจจัยที่ได้กล่าวไปทั้งหมด และเคลื่อนไหวตามข่าวเชิงลบของ Coldcard เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ Hardware wallet ดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีจำนวนเท่าใด และมีรายงานเข้ามาว่าคนร้ายกำลังดำเนินการโจมตีระลอกที่ 4 รวมถึงเริ่มมีการฟอก Bitcoin อย่างจริงจัง ทำให้ตอนนี้มีที่อยู่ที่ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 4,585 ที่อยู่ คิดเป็นความเสียหายกว่า $89 ล้าน

หากความเสียหายยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อไปก็มีความเป็นไปได้ว่าราคา Bitcoin จะได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง แต่รายงานจากต่างประเทศบางแหล่งได้มีการระบุว่าความเสียหายอาจจะถูกจำกัดลงแล้ว เนื่องจากผู้โจมตีเลือกใช้วิธีโจมตีจากผู้ที่มี Bitcoin มากไปยังผู้ที่มีน้อย ทำให้ปริมาณการสูญเสียอาจไม่ได้มีเพิ่มมากไปกว่านี้นัก

สิ่งที่นักเทรดจะต้องจับตาถัดจากนี้คือ การลุ้นว่า Bitcoin จะยังคงรักษาราคาที่ $62,000 ได้หรือไม่ระหว่างการเจรจาเปิดช่องแคบฮอรมุซ ซึ่งถ้าสำเร็จก็มีโอกาสที่คริปโทฯ จะได้โอกาสที่สองในการฟื้นตัวจากข่าวร้าย แต่หากไม่สำเร็จก็อาจทำให้ราคาร่วงดิ่งลงอย่างหนักตามสถิติที่เคยเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

ที่มา: Coindesk


มุมมองผู้เขียน : การที่ราคา Bitcoin เมินปัจจัยบวกทางมหภาคและดิ่งลงตามข่าว Coldcard สะท้อนว่า วิกฤติความเชื่อมั่นภายในมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยภายนอก หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับ $62,000 ได้ในระหว่างที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ตลาดจะมีโอกาสเกิด Technical Rebound แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าว แรงขาย Panic Sell อาจฉุดราคาลงไปทดสอบฐานล่างตามสถิติความผันผวนของเดือนสิงหาคม