สรุปข่าว
- Bitcoin ทะลุระดับ $64,000 ในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังคงติดลบเกือบ 3%
- เหรียญหลักส่วนใหญ่แกว่งตัวในกรอบแคบ มีเพียง HYPE ของ Hyperliquid ที่โดดเด่นสวนตลาด บวกเกือบ 9% ในรอบสัปดาห์
- นักลงทุนจับตารายงานการประชุม FOMC มีกำหนดเปิดเผยในวันพุธ เวลา 14:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และการประชุมคริปโตที่ทำเนียบขาว เพื่อหาสัญญาณนโยบายการเงิน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ตลาดยังคงอยู่ในโหมดรอดูมากกว่าจะเลือกทิศทางชัดเจน โดยแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่ายังไม่มากพอ จะดันราคาให้หลุดกรอบ ขณะที่ปัจจัยกฎระเบียบทั้ง CLARITY Act ที่ค้างสภา และท่าทีจาก Fed ยังเป็นตัวแปรที่นักลงทุนต้องรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ตลาดคริปโตเคอเรนซีในการซื้อขายฝั่งเอเชียยังคงทรงตัวและเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ แม้เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลง และตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่อง Fed ขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม
โดยราคา Bitcoin (BTC) สามารถพุ่งทะลุ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ในเช้าวันจันทร์ แต่ราคาเหรียญหลักส่วนใหญ่อื่นๆ ภาพรวมรอบสัปดาห์ยังคงปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังเฝ้ารอสัญญาณใหม่ เพื่อจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และนโยบายด้านคริปโตจากทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิด
CoinDesk รายงานว่า ราคา Bitcoin ในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาเอเชีย ขยับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 0.5% ในรอบวัน แต่ภาพรวมตลอด 7 วันที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ก็ยังคงติดลบเกือบ 3% สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนในตลาดยังคงตอบรับและตอบสนองค่อนข้างเงียบเหงา แม้ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจภาพรวมจะเริ่มส่งสัญญาณเอื้ออำนวยมากขึ้นแล้วก็ตาม

ทางด้าน Ether (ETH) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% มาอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ $1,900 เล็กน้อย โดยราคาลดลง 1% ในรอบสัปดาห์ ด้านราคา XRP ขยับขึ้นเล็กน้อยมาแตะ $1 โดยราคาลดลง 3% ในรอบสัปดาห์
ส่วน Solana (SOL) ซื้อขายอยู่เหนือ $75 เล็กน้อย โดยราคาลดลงเกือบ 2% ในรอบสัปดาห์ ด้าน Dogecoin (DOGE) ราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 1% มาอยู่ที่ 7 เซนต์, TRON (TRX) ราคาขยับขึ้นไม่ถึง 0.5% มาซื้อขายอยู่ที่เหนือ 33 เซนต์ ขณะที่ราคา BNB ย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ $605 ทรงตัวในรอบสัปดาห์)
ทั้งนี้ มีเพียงเหรียญ HYPE ของ Hyperliquid เท่านั้นที่โดดเด่นสวนทางตลาด โดยราคาทะยานขึ้นมากกว่า 3% ในรอบวัน มาแตะระดับ $59 และภาพรวมในรอบสัปดาห์ก็พุ่งขึ้นเกือบ 9% ส่งผลให้มันกลายเป็นเหรียญหลักเพียงเหรียญเดียวที่สามารถสร้างการเติบโตรายสัปดาห์ได้อย่างโดดเด่น

ปัจจัยมหภาคเริ่มเป็นใจ แต่ตลาดยังคงระมัดระวัง
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น แต่ก็ยังไม่แรงพอที่จะผลักดันให้ราคาตลาดคริปโตหลุดออกจากกรอบการซึมตัวได้ โดยดัชนีเงินดอลลาร์ของ Bloomberg อ่อนค่าลง 0.1% ซึ่งเป็นการร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
ในขณะเดียวกัน สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่กลับแข็งค่าขึ้น นำโดยเหรียญดอลลาร์ไต้หวันและเงินบาทไทยที่พุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวัน
ด้าน Nick Ruck ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ LVRG Research มองว่า การที่ราคา Bitcoin ในตลาดยังคงนิ่ง และแกว่งตัวอยู่ในระดับ $63,000 พร้อมกับการที่เงินลงทุนที่ไหลเข้ากองทุน Bitcoin ETF เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นักลงทุนยังคงขาดความมั่นใจและลังเลที่จะกลับเข้าซื้อ หลังจากที่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน
Nick Ruck ระบุว่า นักเทรดกำลังจับตารอดูรายงานการประชุม FOMC ในสัปดาห์นี้ รวมถึงความเคลื่อนไหวจากการประชุมคริปโตที่ทำเนียบขาว เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบและนโยบายการเงิน
โดยรายงานการประชุม Fed รอบวันที่ 28-29 กรกฎาคม มีกำหนดเปิดเผยในวันพุธ เวลา 14:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 01:00 น. วันพฤหัสบดี ตามเวลาประเทศไทย
ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า รายงานฉบับนี้จะช่วยสะท้อนให้เห็นว่า กรรมการ Fed มีมุมมองตัดสินใจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากน้อยเพียงใด ก่อนที่ข้อมูลชุดใหม่ทางเศรษฐกิจจะถูกประกาศออกมา
นอกจากนี้ การที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ปิดสมัยประชุมช่วงหน้าร้อนไปโดยที่ยังไม่ได้ผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act ก็ยิ่งทำให้บริษัทคริปโตที่รอคอยความชัดเจนด้านกฎระเบียบต้องตกอยู่ในภาวะคลุมเครือต่อไป
ความสนใจของตลาดจึงต้องเปลี่ยนมาลุ้นมาตรการกำกับดูแลระยะสั้นแทน โดยเฉพาะการประชุมของ SEC ที่จะพิจารณาผ่อนผันข้อยกเว้นการระดมทุนในวงจำกัด ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจได้ชั่วคราว ในระหว่างที่กฎหมายฉบับใหญ่ยังคงล่าช้าออกไป
ที่มา : tradersunion
มุมมองผู้เขียน : การที่ Bitcoin ยืนเหนือ $64,000 ได้ท่ามกลางดอลลาร์อ่อนค่า ถือเป็นสัญญาณบวกเล็กๆ แต่ยังไม่มากพอจะเรียกความมั่นใจของตลาดกลับมาได้เต็มที่ ตราบใดที่เงินไหลเข้ากองทุน ETF ยังชะลอตัว และกฎหมายกำกับดูแลยังคาราคาซังอยู่ในสภา ตลาดก็คงแกว่งตัวไซด์เวย์ต่อไปอีกสักพัก ทุกอย่างน่าจะรอฟังทิศทางจากรายงานประชุม Fed และผลการประชุมคริปโตที่ทำเนียบขาวสัปดาห์นี้ เป็นตัวชี้ขาด หากออกมาในทางบวกทั้งสองด้าน อาจเป็นแรงส่งให้ตลาดขยับหลุดกรอบไปในทิศทางขาขึ้นได้ในที่สุด

