การพัฒนาที่เกิดขึ้นล่าสุดกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยกันว่า จีนอาจกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนจุดยืนที่มีต่อการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีหรือไม่ แม้จะมีการประกาศห้ามซื้อขายคริปโตอย่างชัดเจน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 แต่กลับมีกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในประเทศจีน ตัวชี้วัดที่บ่งบอกได้ชัดเจนคือ การค้นหาเกี่ยวกับ Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้น บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีนอย่าง Weibo และ WeChat
ในขณะนี้ มีการคาดการณ์กันว่า จีนอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เนื่องจากฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน มีแนวทางที่เปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล
จีนจะยกเลิกการแบน Crypto หรือไม่ ?
หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจรายวันของจีน (Economic Daily) ได้ออกมาย้ำเตือนนักลงทุนอีกครั้ง ให้ระมัดระวัง Bitcoin และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงการห้ามทำธุรกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในประเทศ
Xiao Sa ทนายความจากกรุงปักกิ่ง ย้ำจุดยืนของรัฐบาลจีน โดยชี้แจงว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถเทรดคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างถูกกฎหมาย
Xiao Sa กล่าวว่า “การอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF ไม่ได้หมายความว่า คริปโตเคอร์เรนซีจะประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในระยะสั้น”
แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ แต่เสน่ห์ของคริปโตก็ยังไม่ลดลงไปในหมู่นักลงทุนชาวจีน ราคา Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ 58% ในปีนี้ (นับตั้งแต่ต้นปี 2567) แตะระดับจุดสูงสุดใหม่ในประวัติการณ์ ยิ่งกระตุ้นความสนใจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลงและตลาดหุ้นที่ผันผวน ส่งผลให้นักลงทุนรายบุคคลและสถาบันการเงินหันมาสนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฮ่องกง ซึ่งมีท่าทีที่เปิดกว้างกว่า

แม้จะมีการประกาศห้ามซื้อขายคริปโตอย่างเด็ดขาด แต่ตลาดคริปโตของจีนยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงถึง 86.4 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2022 ถึงมิถุนายน 2023 สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดใต้ดินที่ไม่อาจปฏิเสธได้
นักลงทุนชาวจีนหาวิธีซื้อขายคริปโต แม้จะมีการห้ามอย่างเด็ดขาด พวกเขาใช้บริการจากตัวแทนจำหน่ายในตลาดมืด รวมถึงใช้ประโยชน์จากกรอบกฎหมายที่ค่อนข้างผ่อนคลายของฮ่องกง สำหรับการทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของนักลงทุนในการหาช่องโหว่ของกฎระเบียบดังกล่าว
Neeraj Agrawal จากศูนย์วิจัยด้านคริปโตเคอร์เรนซี Coin Center กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจีนจะไม่ประสบความสำเร็จในการพยายามห้ามการซื้อขายคริปโต ซึ่งอาจทำให้การควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดของพวกเขาตกอยู่ในสภาวะของความเสี่ยง “
สถาบันการเงินที่เผชิญกับภาวะซบเซาของตลาดภายในประเทศ กำลังมองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทลูกในเครือของสถาบันการเงินรายใหญ่ของจีนในฮ่องกง กำลังกระโดดเข้าสู่ตลาดคริปโต สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่กว้างขวางมากขึ้น ไม่เพียงแค่ในระดับนักลงทุนรายบุคคล แต่ยังรวมไปถึงนักลงทุนระดับสถาบันด้วย
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นสถานการณ์ที่ซับซ้อน โดยรัฐบาลจีนแสดงความระมัดระวังต่อสกุลเงินดิจิทัล ผ่านการออกมาตรการเตือนอย่างเข้มงวดและข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มาจากความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินและการหลบหนีเงินทุน
ในอีกด้านหนึ่ง ภาวะกดดันทางเศรษฐกิจและแรงดึงดูดจากผลตอบแทนที่สูงของคริปโต ผลักดันให้นักลงทุนรายบุคคลและสถาบันต่างๆ หาทางเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์
ที่มา : be (in) crypto

