ตลาดคริปโทฯ เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด หลัง Bitcoin (BTC) เผชิญแรงเทขายระลอกใหม่จนร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ 92,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะ “Risk-off” ที่ปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลกจากปัญหาสงครามการค้า ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” จนทำ New High สวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง จนนักลงทุนเริ่มเกิดคำถามว่า นี่คือสัญญาณจบรอบขาขึ้น หรือเป็นเพียงการย่อตัวเพื่อสะสมแรงไปต่อ ?

มุมมองที่ 1: “ราคาลงเพราะปัจจัยมหภาค”
Richard Galvin ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Digital Asset Capital Management ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ล่าสุดโดยมองว่า การที่ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ เป็นเพียงภาพลวงตา หรือการฟื้นตัวทางเทคนิคจากภาวะ Oversold ที่เกิดจากการเทขายเพื่อลดหย่อนภาษี ในช่วงสิ้นปีเท่านั้น
Galvin ชี้ว่า “โมเมนตัมขาขึ้นได้ถูกหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเจอกับข่าวภาษีรอบใหม่ และการที่ราคาทองคำทำ All-Time High ในขณะที่ Bitcoin ร่วงลง คือเครื่องยืนยันชัดเจนว่านี่คือแรงขายจากความกลัวของตลาดมหภาค ไม่ใช่แค่ปัจจัยเฉพาะของคริปโทฯ”
มุมมองที่ 2: “แนวรับ $90,000 เอาอยู่”
ในทางตรงกันข้าม Rachael Lucas นักวิเคราะห์จาก BTC Markets กระดานเทรดคริปโทฯ รายใหญ่ของออสเตรเลีย ให้ความเห็นผ่านสื่อว่า นี่ยังไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น แต่เป็นการทดสอบแนวรับสำคัญ
Lucas ระบุว่า “เทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังจับตาดูแนวรับที่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากราคายังยืนเหนือโซนนี้ได้ ก็ยังมีโอกาสที่แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะกลุ่มกองทุน ETF จะกลับเข้ามาพยุงราคา”
นอกจากนี้ เธอยังมองว่าการย่อตัวครั้งนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมราคาในอดีต และไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง
จับตา “ทรัมป์ vs ยุโรป” สัปดาห์อันตรายยังไม่จบ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรประมาท เพราะความผันผวนของตลาดอาจยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดและพร้อมจะเหวี่ยงตัวแรงได้อีกตลอดทั้งสัปดาห์
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ กำหนดการเดินทางเยือนกรุงดาวอสของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเข้าร่วมประชุม World Economic Forum และหารือข้อตกลงทางการค้ากับผู้นำชาติยุโรป ซึ่งทุกถ้อยแถลงและการเจรจาในเวทีนี้ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคา Bitcoin และทองคำ
การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
ที่มา: bloomberg

