<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตซาร์ชี้ทางสว่าง! หาก Clarity Act ผ่านธนาคารและคริปโทฯ จะผสานพลังเป็นหนึ่งเดียว

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เดวิด แซคส์ คริปโตซาร์ประจำทำเนียบขาว ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ที่งาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสะท้อนให้เห็นภาพในอนาคตว่า เมื่อกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตผ่านสภาสำเร็จ พรมแดนระหว่าง “ธนาคารดั้งเดิม” และ “บริษัทคริปโต” จะหายไป และรวมตัวกันเป็นอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลอันหนึ่งอันเดียวกัน

เดวิด แซ็กส์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ที่การประชุมเศรษฐกิจโลก ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มา: CNBC

เดวิด แซคส์ ยอมรับว่า ตอนนี้ร่างกฎหมาย CLARITY Act ยังติดอยู่ในวุฒิสภาเนื่องจากความเห็นต่างเรื่อง “ Stablecoin ควรจ่ายดอกเบี้ย (Yield) ได้หรือไม่” ซึ่งเขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมประนีประนอมถอยกันคนละก้าว เพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้ 

โดย เดวิด แซคส์ มองว่า สุดท้ายแล้วธนาคารจะเลิกต่อต้านเรื่องการจ่ายดอกเบี้ยใน Stablecoin เพราะเมื่อกฎหมายชัดเจน ธนาคารจะกระโดดเข้ามาทำธุรกิจนี้ และจะชอบไอเดียการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ในที่สุด

เดวิด แซคส์ กล่าวว่า “หลังจากกฎหมายผ่าน ธนาคารจะเข้ามาในอุตสาหกรรมคริปโตเต็มตัว เราจะไม่แยกธนาคารกับคริปโตออกจากกันอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัลแอสเซตเดียวกัน และสุดท้ายแล้ว ธนาคารเองก็จะชอบไอเดียการจ่าย yield เพราะพวกเขาจะเข้ามาทำธุรกิจ stablecoin ด้วย”

ซึ่งดราม่ากฎหมาย CLARITY Act ก็ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ Brian Armstrong CEO ของ Coinbase ออกมาประกาศถอนการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยวิจารณ์ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ “ลำเอียง” เพราะมุ่งแต่จะปกป้องธนาคาร ด้วยการสั่งห้าม Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย (Yield) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารดั้งเดิมที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า

แม้กฎหมายเดิม อย่าง GENIUS Act จะห้ามผู้ออกเหรียญจ่ายดอกเบี้ยโดยตรง แต่ Coinbase ก็ยังพยายามหาช่องทางให้บุคคลที่สามเป็นผู้จ่ายรางวัลแทน 

อย่างไรก็ตาม Brian Armstrong มองว่า จังหวะที่ร่างกฎหมายยังติดอยู่ในวุฒิสภานี้ เป็นโอกาสดีที่จะนัดคุยกับเหล่า CEO ธนาคารยักษ์ใหญ่ เพื่อหาทางออกร่วมกันแบบ Win-Win ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา :cointelegraph