สรุปข่าว
- 60% ของธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เริ่มขยับเข้าหา Bitcoin ทั้งในรูปแบบการรับฝาก การเทรด และการใช้เป็นหลักประกันเงินกู้
- ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับ Big Four อย่าง JPMorgan, Wells Fargo, Citi และ Bank of America ต่างตบเท้าเข้าร่วมวง โดย Bank of America ไฟเขียวให้ที่ปรึกษากว่า 15,000 คนแนะนำ Bitcoin ETF แก่ลูกค้าได้แล้ว
- ยอดการปล่อยสินเชื่อโดยมี Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันพุ่งสูงกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สะท้อนให้เห็นว่า สถาบันการเงินเริ่มยอมรับมูลค่าของ Bitcoin เทียบเท่าสินทรัพย์ชั้นนำ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ธนาคารระดับโลกเปิดประตูรับ Bitcoin อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็งกำไร แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เม็ดเงินมหาศาลจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยระดับ Private Wealth จะไหลเข้ามาได้ง่ายขึ้น ความต้องการ Bitcoin เพื่อใช้เป็นหลักประกันเงินกู้จะช่วยลดแรงเทขายในตลาด ส่งผลดีต่อราคาในระยะยาว
ดูเหมือนว่ากำแพงระหว่างวอลล์สตรีทกับโลกคริปโตพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อผลวิจัยล่าสุดจาก River ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปัจจุบัน 15 จาก 25 ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐฯ กระโดดลงสนาม Bitcoin อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเทรด OTC บริการรับฝากสินทรัพย์ หรือแม้แต่การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ปี 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงปีแห่งการทดลอง แต่กำลังกลายเป็นปีที่ Bitcoin ถูกยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาตรฐานที่ธนาคารต้องมี
ในบทความนี้ ทางสยามบล็อกเชนจะพาไปดูรายชื่อธนาคารระดับโลกที่แอบซุ่มเงียบเก็บ Bitcoin ไว้ในมือ เพื่อเปิดบริการด้านคริปโต รองรับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
4 ยักษ์ใหญ่กับสินทรัพย์ 7.3 ล้านล้านดอลลาร์
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มธนาคารระดับ Big Four ที่กุมสินทรัพย์รวมกันกว่า 7.3 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่อาจมองข้าม แต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์เด็ดออกมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด
ที่น่าจับตามองที่สุดคือ JPMorgan ที่แม้ในอดีตซีอีโออย่าง Jamie Dimon จะเคยโจมตี Bitcoin ไว้อย่างหนักหน่วง แต่ปัจจุบันกลับพลิกเกมมาพิจารณาเปิดโต๊ะเทรดให้ลูกค้าสถาบัน พร้อมเปิดรับทั้ง Bitcoin และ Ethereum เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้เต็มรูปแบบ
ฝั่ง Wells Fargo เลือกเจาะตลาดสินเชื่อด้วยการเปิดบริการเงินกู้ที่มี Bitcoin ค้ำประกันมาตั้งแต่ปลายปี 2025 ช่วยให้ลูกค้าเสริมสภาพคล่องได้โดยไม่ต้องขายเหรียญทิ้ง
ส่วน Citigroup ก็เตรียมเปิดบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ในปี 2026 เพื่อรองรับดีมานด์สถาบันที่กำลังล้นทะลัก
ปิดท้ายด้วย Bank of America ที่เลือกใช้กองทัพที่ปรึกษากว่า 15,000 คน เป็นหัวหอกในการแนะนำลูกค้าให้แบ่งพอร์ต 1–4% เข้าลงทุนใน Bitcoin ETF อย่างเป็นทางการ
ตัวจริงสายเทรดและนวัตกรรมใหม่
ไม่ใช่แค่การลงทุนผ่านกองทุนเท่านั้น แต่ธนาคารบางแห่ง เลือกที่จะ “เปิดเทรดโดยตรง” เลยทีเดียว เช่น PNC Bank ที่ขึ้นแท่นธนาคารใหญ่รายแรกที่เปิดให้ลูกค้าซื้อขาย Bitcoin ได้ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารโดยตรง โดยมี Coinbase คอยดูแลระบบหลังบ้าน
ด้าน Morgan Stanley ก็เตรียมเปิดให้เทรดทั้ง Bitcoin, Ethereum และ Solana บนแพลตฟอร์ม E*Trade ภายในครึ่งแรกของปี 2026
ฝั่ง Charles Schwab ยักษ์ใหญ่ที่มีลูกค้ากว่า 37 ล้านบัญชี ก็ประกาศชัดเจนว่า จะเปิดให้เทรด Spot คริปโตภายในปีเดียวกัน
ส่วน BNY Mellon ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐฯ ก็ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการใช้ระบบเงินฝากในรูปแบบโทเคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล
อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธนาคารยอมรับ Bitcoin
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง OCC ที่ประกาศให้ธนาคารสามารถทำธุรกรรมคริปโต ในรูปแบบ “Riskless Principal” ได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการปลดล็อกพันธนาการ ให้ธนาคารทำหน้าที่เป็นตัวกลางซื้อขายได้โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องราคา ประกอบกับแรงกดดันจากคู่แข่งที่ทำให้ผู้บริหารธนาคารเริ่มมองว่า ถ้าไม่มีบริการคริปโต ธุรกิจของพวกเขาอาจถึงขั้นวิกฤตได้เลยทีเดียว
ที่มา : earnpark
มุมมองผู้เขียน : เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของโลกการเงิน การที่ธนาคารยอมปล่อยกู้โดยใช้ Bitcoin ค้ำประกันกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า Bitcoin ไม่ใช่สินทรัพย์เก็งกำไรไร้ค่าอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องและมูลค่าที่สถาบันยอมรับ

