<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin อัปเดตเวอร์ชั่นใหม่! เปิดตัว Bitcoin Core 29.3 แก้บั๊กอันตรายที่อาจทำเงินหาย

สรุปข่าว
  • Bitcoin Core ออกเวอร์ชัน 29.3 เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2026 มาพร้อมการแก้บั๊กร้ายแรงที่อาจทำให้กระเป๋าเงินหายหมดตอนย้ายข้อมูล
  • บั๊กนี้เคยปรากฏในเวอร์ชัน 30.0 และ 30.1 ซึ่งในบางกรณีจะลบไฟล์กระเป๋าเงินทั้งหมดทิ้ง ถ้าไม่มีสำรองข้อมูลก็จะเสียเงินหมด
  • ขณะนี้ Bitcoin เทรดอยู่ที่ 66,873 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.14 ล้านบาท) ลดลง 2.92% และร่วงไปแล้วเกือบครึ่งจากราคาสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.03 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

การออกเวอร์ชันใหม่ของ Bitcoin Core เป็นข่าวดีด้านความปลอดภัย แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาในระยะสั้น เพราะเป็นแค่การแก้ปัญหาที่มีอยู่ ไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น การแก้บั๊กกระเป๋าเงินครั้งนี้ส่งผลกับผู้ใช้จำนวนจำกัดที่ยังใช้กระเป๋าเงินรุ่นเก่าและต้องย้ายข้อมูล ในแง่ดี มันแสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนาตอบสนองต่อปัญหาความปลอดภัยอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับความน่าเชื่อถือในระยะยาว แต่สำหรับตลาดที่กำลังร่วงหนักจาก 126,000 ดอลลาร์มาเหลือแค่ 66,000-72,000 ดอลลาร์ ข่าวแบบนี้ไม่เพียงพอที่จะพลิกกระแสได้ นักลงทุนตอนนี้จับตาปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากกว่า โดยเฉพาะรายงานตลาดแรงงานสหรัฐฯ และนโยบายดอกเบี้ย ในระยะยาว Bitcoin Core ที่แข็งแรงปลอดภัยคือรากฐานสำคัญ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคา

ทีมพัฒนา Bitcoin Core เพิ่งประกาศเปิดตัวเวอร์ชันล่าสุด Bitcoin Core 29.3 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 จากข้อมูลของ U.Today และ Bitcoin Core Project การอัปเดตครั้งนี้มาพร้อมการแก้บั๊กหลายจุด ปรับปรุงประสิทธิภาพ และอัปเดตการแปลภาษา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแก้บั๊กร้ายแรงที่อาจทำให้ผู้ใช้เสียเงินทั้งหมดได้

บั๊กร้ายแรงที่อาจทำเงินหายหมด

การอัปเดตครั้งนี้แก้ไขปัญหาที่พบในเวอร์ชัน 30.0 และ 30.1 ซึ่งมีบั๊กอันตรายในระบบย้ายข้อมูลกระเป๋าเงินแบบเก่า หรือที่เรียกว่า Legacy Wallet Migration บั๊กนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่หายาก แต่ถ้าเจอจริง ๆ ผลที่ตามมาร้ายแรงมาก กระเป๋าเงินทั้งหมดในเครื่องอาจถูกลบหายไปเลย

นักวิเคราะห์จาก Bitget Wallet ชื่อ Lacie Zhang อธิบายว่า บั๊กนี้จะเกิดขึ้นตอนที่ระบบพยายามย้ายข้อมูลกระเป๋าเงินแบบเก่าที่ไม่มีชื่อ (ไฟล์ชื่อ “wallet.dat”) ซึ่งเก็บอยู่ในโฟลเดอร์พิเศษที่ตั้งค่าเอง พร้อมกับเปิดใช้งานระบบลดขนาดข้อมูล (pruning) ในกรณีแบบนี้ การย้ายข้อมูลจะดูเหมือนสำเร็จ แต่ตอนที่ระบบทำความสะอาดไฟล์เก่า มันกลับลบโฟลเดอร์ทั้งหมดทิ้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าไม่มีข้อมูลสำรองอยู่ที่อื่น เงินก็จะหายหมดเลย

ที่น่ากลัวกว่าคือ ในบางกรณี แม้แต่ไฟล์สำรองที่ระบบสร้างขึ้นเองตอนย้ายข้อมูลก็อาจถูกลบไปด้วย นั่นหมายความว่าจะไม่มีทางกู้คืนเงินได้เลย

ทีมพัฒนาแก้ไขอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 ทีมพัฒนา Bitcoin ได้ออกเวอร์ชันทดสอบ v30.2rc1 ที่แก้ปัญหานี้แล้ว หลังจากนั้นก็มีการปล่อย Bitcoin Core 29.3 ออกมาเป็นทางการเพื่อให้ผู้ใช้ได้อัปเดตกัน การตอบสนองที่รวดเร็วแบบนี้แสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นอย่างมาก

จากข้อมูลของ Coin Dance ตอนนี้ Bitcoin Core ถูกใช้งานอยู่ประมาณ 78% ของ Node ทั้งหมดที่เข้าถึงได้ ส่วนที่เหลืออีก 22% เป็นโปรแกรมอื่น ๆ เช่น Bitcoin Knots ด้วยส่วนแบ่งการใช้งานที่สูงขนาดนี้ แม้แต่บั๊กเล็ก ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบทั้งหมดได้

Shawn Odonaghue ผู้นำชุมชนจาก Orbs บอกว่า บั๊กนี้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ที่มีกระเป๋าเงินรุ่นเก่ามาก ๆ เป็นหลัก ถ้าใครใช้ hardware wallet หรือมีข้อมูลสำรองอยู่ที่อื่น ก็ไม่ต้องกังวล แต่เขายังชี้ให้เห็นประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือ “ความเสี่ยงจากการที่ Bitcoin Core ครองตลาดมากเกินไป ถ้าทุกคนใช้โปรแกรมเดียวกัน บั๊กไหนเกิดขึ้น ผลกระทบก็จะรุนแรงกับทุกคน”

Bitcoin Core Project ได้ออกมาเตือนผู้ใช้ว่า ถ้ายังไม่ได้ย้ายข้อมูลกระเป๋าเงิน ควรรีบสำรองข้อมูลทั้งหมดไปเก็บไว้ที่อื่นทันที และอย่ารีสตาร์ทเครื่องหรืออัปเกรดโปรแกรมจนกว่าจะอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 30.2 หรือใหม่กว่า

ราคา Bitcoin ยังร่วงหนัก

ท่ามกลางข่าวการอัปเดตซอฟต์แวร์ ราคา Bitcoin กลับยังไม่มีทีท่าฟื้นตัว ขณะเขียนข่าวนี้ Bitcoin เทรดอยู่ที่ 66,873 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.14 ล้านบาท) ลดลง 2.92% ในรอบ 24 ชั่วโมง ตลาดคริปโตทั้งหมดกำลังเผชิญแรงขายหนักในวันพุธนี้ เพราะนักลงทุนรอดูรายงานตลาดแรงงานเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ที่ล่าช้าออกมา โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payrolls) ที่จะออกมาเวลา 8:30 น. ตามเวลาอเมริกา

นับตั้งแต่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.03 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ราคาก็ร่วงลงมาเรื่อย ๆ โดยการขายทิ้งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ Bitcoin ร่วงลงมาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.24 ล้านบาท) และเกือบจะแตะ 60,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.92 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าสำคัญมาก

หลังจากนั้น Bitcoin พยายามฟื้นตัวกลับมาสูงกว่า 70,000 ดอลลาร์ได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถผลักดันให้ขึ้นต่อได้ ตอนนี้ยังคงติดอยู่ในช่วง 66,000-72,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.11-2.3 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด Bitcoin ร่วงไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง คือ 46.94%

Steven McClurg ซีอีโอจาก Canary Capital บอกกับ CNBC ว่า เขาคาดว่า Bitcoin อาจร่วงลงไปแตะ 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.6 ล้านบาท) ในช่วงฤดูร้อน “ผมมองว่าปี 2026 จะเป็นช่วงขาลงของวงจร 4 ปี” เขากล่าว

ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางคนก็มองว่าอาจถึงจุดต่ำสุดแล้ว เพราะดัชนีความกลัวในตลาดคริปโตอยู่ที่ระดับ 7 ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในอดีต เวลาที่ความกลัวสุดขีดแบบนี้ มักจะเป็นจุดสิ้นสุดของการขายทิ้ง


ในความเห็นของผู้เขียน การที่ Bitcoin Core ออกเวอร์ชันใหม่มาแก้บั๊กอย่างรวดเร็วเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่าชุมชนพัฒนา Bitcoin ยังคงใส่ใจความปลอดภัยของผู้ใช้อย่างจริงจัง แม้ว่าบั๊กนี้จะส่งผลกับคนไม่มาก แต่การที่แก้ไขได้ทันก่อนจะมีคนเสียหายจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เตือนใจเราว่า ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมไหน การสำรองข้อมูลกระเป๋าเงินเป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอ อย่าประมาทเด็ดขาด

สำหรับราคา Bitcoin ที่ยังผันผวนและร่วงลงมาเกือบครึ่งหนึ่งจาก ATH การอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคากลับขึ้นไปได้ ตอนนี้ตลาดรอดูปัจจัยเศรษฐกิจที่สำคัญกว่า เช่น นโยบายดอกเบี้ยของ Fed ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสภาพคล่องในระบบการเงิน คาดว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า Bitcoin จะยังผันผวนอยู่ในช่วง 60,000-80,000 ดอลลาร์ ผู้ที่สนใจลงทุนควรจับตาระดับ 60,000 ดอลลาร์ให้ดี เพราะถ้าทะลุลงไปได้ อาจจะลงไปทดสอบ 50,000 ดอลลาร์ตามที่หลายคนคาดการณ์ก็เป็นไปได้

ที่มา: Bitcoin Core,U.Today,Cointelegraph,Cryptopolitan,CNBC,CCN