<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Wall Street ทยอยเข้า! สถาบันการเงินรายใหญ่เพิ่มการลงทุนใน BitMine ของ Tom Lee หนุน Ethereum

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สถาบันการเงิน Tier-1 หลายแห่งเพิ่มการลงทุนใน BitMine อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสเดียวกัน
  • BitMine ถือครอง Ethereum มากกว่า 4.28 ล้าน ETH (~3.55% ของอุปทานทั้งหมด) มูลค่ากว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ (~41.6 หมื่นล้านบาท)
  • Tom Lee คาดการณ์ Ethereum จะพุ่งสู่ $7,000-$9,000 ในช่วงต้นปี 2026 และอาจถึง $32,000-$60,000 ในระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่สถาบันการเงิน Wall Street รายใหญ่หลายแห่งเพิ่มการลงทุนใน BitMine สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อ Ethereum และตลาดคริปโตในภาพรวม โดยเฉพาะเมื่อ BitMine เป็นบริษัทที่ถือ ETH มากที่สุดในโลก การที่สถาบันเลือกลงทุนแสดงว่าพวกเขาเชื่อในวิสัยทัศน์ของ Tom Lee ที่มองว่า Ethereum จะกลายเป็น “ชั้นการชำระบัญชีของ Wall Street” และมีศักยภาพเติบโตแบบ Supercycle เช่นเดียวกับ Bitcoin นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของสถาบันเหล่านี้ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเม็ดเงินใหญ่กำลังไหลเข้า Ethereum มากขึ้น

จากรายงานของ Binance News เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 Tom Lee ประธาน BitMine Immersion Technologies โพสต์บน X ว่าสถาบันการเงิน Tier-1 หลายแห่งได้เพิ่มการลงทุนใน BitMine อย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสเดียวกัน การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากหน่วยงานทางการเงินรายใหญ่ในภาคสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่ง BitMine มุ่งเน้นสะสมเป็นหลัก การลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Wall Street บ่งบอกถึงมุมมองเชิงบวกต่อ BitMine และอาจส่งผลดีต่อตลาดคริปโตในวงกว้าง

Tom Lee และวิสัยทัศน์ Ethereum Supercycle

Thomas J. Lee หรือ Tom Lee เป็นหนึ่งในนักกลยุทธ์ด้านมหภาคที่ได้รับการยอมรับและติดตามมากที่สุดใน Wall Street โดยมีประสบการณ์เกือบ 30 ปีในด้านกลยุทธ์มหภาคและการวิจัยหุ้น เขาเคยเป็น Chief Equity Strategist ที่ JPMorgan ก่อนจะก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors ในปี 2014 และเป็นหนึ่งในนักกลยุทธ์คนแรก ๆ ที่แนะนำ Bitcoin ให้กับนักลงทุนสถาบัน

ในเดือนมิถุนายน 2025 Lee ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการของ BitMine Immersion Technologies ซึ่งมีมูลค่าตลาด 3 พันล้านดอลลาร์ (~9.6 หมื่นล้านบาท) ภายใต้การนำของเขา BitMine ได้เปลี่ยนจากธุรกิจขุด Bitcoin มาเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นสะสม Ethereum เป็นหลัก

BitMine ถือ ETH มากที่สุดในโลก

BitMine ปัจจุบันถือครอง Ethereum มากกว่า 4.28 ล้าน ETH คิดเป็น 3.55% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกว่า 13 พันล้านดอลลาร์ (~41.6 หมื่นล้านบาท) ทำให้เป็นบริษัทที่ถือ Ethereum Treasury มากที่สุดในโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบันระดับโลกอย่าง Peter Thiel’s Founders Fund, Cathie Wood’s ARK Invest, Kraken และ Galaxy Digital

ในเดือนมกราคม 2026 BitMine ซื้อ ETH เพิ่มมูลค่า 88 ล้านดอลลาร์ (~2,816 ล้านบาท) ที่ราคา $3,200 ต่อเหรียญ Lee อธิบายว่าการซื้อนี้ไม่ใช่การเก็งกำไร แต่เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเน้นที่ผลตอบแทนจาก Staking, ค่าธรรมเนียมเครือข่าย และการขยายตัวของ Layer-2

รายได้จากการ Stake มหาศาล

BitMine กำลัง Stake Ethereum เกือบหนึ่งในสามของสินทรัพย์ทั้งหมด มูลค่าเกือบ 4 พันล้านดอลลาร์ (~12.8 หมื่นล้านบาท) และ Lee ระบุว่าบริษัทจะกลายเป็น “ผู้ให้บริการ Staking ที่ใหญ่ที่สุดในระบบนิเวศคริปโตทั้งหมด” โดยคาดว่ารายได้ประจำปีจะอยู่ที่ 374 ล้านดอลลาร์ (~1.2 หมื่นล้านบาท) หรือกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

Lee เน้นย้ำว่า BitMine พุ่งขึ้น 500% ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2025 เมื่อเทียบกับ Ethereum ที่เพิ่มขึ้นเพียง 22% ในช่วงเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า Digital Asset Treasury ที่จัดการอย่างเหมาะสมสามารถทำผลตอบแทนที่เหนือกว่าการถือ Crypto โดยตรง

เป้าหมายราคา Ethereum ที่ทะเยอทะยาน

Lee คาดการณ์ว่า ETH อาจถึง $7,000-$9,000 ภายในต้นปี 2026 หากการนำมาใช้งาน การเติบโตของ Staking และความต้องการ ETF เร่งตัวขึ้น และในระยะยาว เขาเชื่อว่า Ethereum อาจเทรดสูงกว่า $32,000-$60,000 หากเกิด “Supercycle” ที่ขับเคลื่อนโดยการยอมรับจากสถาบันและการ Tokenization ของสินทรัพย์ในโลกจริง

Lee กล่าวว่า “ปี 2026 เป็นสัญญาณของสิ่งดี ๆ มากมายสำหรับคริปโต โดย Stablecoin และ Tokenization จะขับเคลื่อนให้ Blockchain กลายเป็นชั้นการชำระบัญชีของ Wall Street โดยเฉพาะ Ethereum”

การตอบโต้คำวิจารณ์

แม้ว่า BitMine จะนั่งอยู่บนขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ (~19.2 หมื่นล้านบาท) จากการถือครอง ETH หลังจากราคาลดลงจาก $4,350 ในเดือนตุลาคม 2025 ไปเหลือประมาณ $2,000 แต่ Lee ย้ำว่านี่ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็น “คุณสมบัติ” ของการลงทุนระยะยาว เหมือนกับกองทุน Index Fund ที่ต้องผ่านความผันผวน

Lee ยังคงเชื่อว่า Ethereum คือ “อนาคตของการเงิน” เมื่อการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มเคลื่อนไปสู่ Blockchain และ BitMine ถูกสร้างขึ้นเพื่อติดตามราคา ETH และทำผลงานเหนือกว่าในวงจรตลาด


การที่สถาบันการเงิน Wall Street รายใหญ่เพิ่มการลงทุนใน BitMine เป็นสัญญาณที่ชวนตื่นเต้นจนขนลุก แม้ว่า Tom Lee จะมีประวัติการคาดการณ์ที่บางครั้งพลาดเป้า แต่เขาเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจ Wall Street และรู้ว่าสถาบันคิดอย่างไร การที่เขาเลือกเดิมพันกับ Ethereum อย่างหนักและสถาบันก็เลือกเดิมพันกับเขา อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นเบื้องหลังที่เราอาจยังไม่เห็น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความเสี่ยง เพราะการลงทุนแบบ BitMine ที่ใช้ Leverage อาจให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าการถือ ETH โดยตรงเช่นกัน สิ่งที่แน่นอนคือ Wall Street กำลังมาจริง ๆ และ Ethereum อาจเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ที่มา: binance

  • https://www.tipranks.com/news/bitcoin-forecast-2026-why-bitmines-tom-lee-sees-a-new-bitcoin-high-before-february
  • https://247wallst.com/investing/2026/01/13/tom-lees-ethereum-supercycle-call-why-he-bought-88m-more-eth-at-3200-and-predicts-10x-returns/
  • https://www.dlnews.com/articles/markets/bitmine-stakes-usd-4bn-ethereum-tom-lee-forecasts-price-jump/
  • https://www.cryptotimes.io/2026/02/11/tom-lee-says-bitmine-is-the-high-leverage-play-eth-investors-are-missing/