สรุปข่าว
- ราคา ETH ร่วงระนาว 20 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนแห่งความรัก หลุดแนวรับจิตวิทยา 2,000 ดอลลาร์ ทำเอานักลงทุนขวัญผวา
- แต่ข้อมูลหลังบ้านกลับหนังคนละม้วน วาฬและนักลงทุนระยะยาวอาศัยจังหวะของถูก ช้อนซื้อเก็บเข้ากระเป๋าไปแล้วกว่า 2.5 ล้าน ETH
- พื้นฐานเครือข่ายแกร่งทั่วแผ่น ยอดธุรกรรมพุ่งทำสถิติใหม่สวนทางค่าแก๊สที่ถูกแสนถูก แถมมีเหรียญถูกล็อกในระบบ Staking กว่า 30 เปอร์เซ็นต์
- กราฟเทคนิคส่งสัญญาณกลับตัวชัดเจนในรูปแบบ Adam and Eve หากเบรกทะลุ 2,150 ดอลลาร์ ได้ เตรียมตัวพุ่งยานแม่ไปที่ 2,500 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง บวกกับการเก็บของของรายใหญ่และรูปแบบกราฟทางเทคนิคที่สวยงาม สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงยาว แม้ระยะสั้นอาจมีความผันผวนจากการล้างพอร์ตบ้างก็ตาม
ตลาดคริปโตสัปดาห์นี้เปิดตัวมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อราคา Ether หรือ ETH ร่วงหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 2,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์เหรียญขวัญใจมหาชนตัวนี้ติดลบไปแล้วกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะที่รายย่อยกำลังเทขายหนีตาย ข้อมูลบนเครือข่ายกลับแสดงให้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งว่านักลงทุนระยะยาวกำลังฉวยโอกาสนี้ในการเก็บของเข้ากระเป๋าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับยอดการใช้งานเครือข่ายที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับราคา
นักวิเคราะห์หลายสำนักกำลังจับตามองโครงสร้างทางเทคนิคและข้อมูลตลาดอนุพันธ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าแรงซื้อที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ นี้จะเพียงพอที่จะผลักดันราคาให้กลับไปยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ และพุ่งทะยานไปต่อได้ยาว ๆ หรือไม่

วาฬช้อนซื้อไม่ยั้งสวนกระแสตลาด
ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดในรอบเดือนนี้คือพฤติกรรมของกระเป๋าเงินประเภทสะสม หรือ Accumulation Addresses ที่ได้กวาดซื้อ Ether เพิ่มไปมากกว่า 2.5 ล้าน ETH ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งที่ราคาเหรียญกำลังดิ่งลงเหว การเก็บของครั้งมโหฬารนี้ทำให้ยอดถือครองรวมของวาฬกลุ่มนี้พุ่งขึ้นแตะระดับ 26.7 ล้าน ETH ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 22 ล้าน ETH เมื่อช่วงต้นปี 2026
Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้ง MN Capital ได้ออกมาให้ความเห็นว่ามูลค่าของ ETH เมื่อเทียบกับแร่เงิน หรือ Silver นั้นกำลังอยู่ในจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเขามองว่าช่วงเวลาที่ตลาดดูแย่ที่สุดแบบนี้มักจะเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสทองสำหรับการสะสมของในระยะยาวเสมอ

พื้นฐานแกร่งสุดขีด ค่าแก๊สถูกแสนถูก
ไม่ใช่แค่เรื่องการเก็บของเท่านั้น แต่พื้นฐานของเครือข่าย Ethereum ก็ดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ปัจจุบันมีเหรียญ ETH มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของอุปทานหมุนเวียน หรือประมาณ 37.2 ล้าน ETH ถูกนำไปวางสเตกในระบบ ซึ่งช่วยลดปริมาณเหรียญที่จะถูกนำมาเทขายในตลาดลงได้อย่างมาก
ในขณะเดียวกัน ยอดธุรกรรมรายสัปดาห์ของ Ethereum ก็พุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ที่ 17.3 ล้านธุรกรรม แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือค่าธรรมเนียมเฉลี่ย หรือ Median Fees กลับลดลงเหลือเพียง 0.008 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกลงกว่าช่วงพีคในปี 2021 ถึง 3,000 เท่า Leon Waidmann หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Lisk ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานที่สูงขึ้นมากในต้นทุนที่ต่ำลงอย่างมหาศาล

ลุ้นกราฟทำทรง Adam and Eve ดีดกลับแรง
ในมุมมองทางเทคนิค กราฟราย 4 ชั่วโมงของ Ether กำลังก่อตัวเป็นรูปแบบที่เรียกว่า Adam and Eve Bottom ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้นที่ทรงพลัง รูปแบบนี้ประกอบด้วยจุดต่ำสุดแรกที่เป็นรูปตัว V แหลมคม หรือ Adam ตามด้วยการสร้างฐานที่โค้งมนและใช้เวลานานกว่า หรือ Eve ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงขายที่ตื่นตระหนกในช่วงแรกได้ถูกดูดซับไปหมดแล้ว และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมพลัง
หากราคาสามารถเบรกทะลุเส้น Neckline ที่ระดับ 2,150 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ จะเป็นการยืนยันรูปแบบที่สมบูรณ์ และอาจเปิดประตูสู่การพุ่งขึ้นไปทดสอบโซนเป้าหมายที่ 2,473 ถึง 2,634 ดอลลาร์ ได้เลยทีเดียว แต่เงื่อนไขสำคัญคือห้ามหลุดทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยมีระดับ 1,909 ดอลลาร์ เป็นแนวรับสำคัญระยะสั้นที่ต้องจับตามอง

ระวังกับดักสภาพคล่องก่อนพุ่ง
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสถานะคงค้าง หรือ Open Interest ได้ลดลงเหลือ 11.2 พันล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุดเดิมที่ 30 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วน Leverage ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 0.7 ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงได้ทุกเมื่อ
ข้อมูลจาก Hyblock แสดงให้เห็นว่าบัญชีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 73 เปอร์เซ็นต์ กำลังเปิดสถานะ Long หรือแทงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน แผนที่ Liquidation Heatmap ก็โชว์ให้เห็นว่ามีคำสั่ง Short หรือแทงลง มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ กระจุกตัวอยู่เหนือระดับ 2,200 ดอลลาร์ เทียบกับฝั่ง Long ที่มีเพียง 1 พันล้านดอลลาร์ แถว ๆ 1,800 ดอลลาร์ ซึ่งแปลว่าตลาดมีโอกาสที่จะเกิด Short Squeeze บีบให้ราคาพุ่งขึ้นไปกิน Stop Loss ของขา Short ได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะพุ่งขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงที่ราคาจะย่อลงมาแตะ 1,909 ดอลลาร์ ก่อน เพื่อกินสภาพคล่องฝั่ง Long มูลค่ากว่า 563 ล้านดอลลาร์ ที่กองรวมกันอยู่ตรงนั้น ซึ่งอาจเป็นกับดักระยะสั้นที่นักเทรดต้องระวังตัวให้ดี
ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน กราฟทรง Adam and Eve นี่มันคลาสสิกมาก ถ้าเบรกได้รับรองว่าบันเทิงแน่นอน แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือข้อมูล On-chain ที่บอกว่าวาฬเก็บของยับ ๆ ในขณะที่เม่ากำลังกลัวจนหัวหด นี่แหละคือสัญญาณของจุดต่ำสุดที่แท้จริง ใครที่กล้าสวนตอนที่คนอื่นกลัว มักจะเป็นผู้ชนะเสมอในตลาดนี้ แต่ก็อย่าลืมตั้ง Stop Loss เผื่อไว้ตรง 1,900 ดอลลาร์ ด้วย เผื่อเจ้ามือเขาสับขาหลอกลงมากินตับก่อนลากโชว์
ที่มา: cointelegraph

