<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

OpenAI เปิดตัว ‘EVMbench’ เครื่องมือทดสอบความปลอดภัย Smart Contract รุ่นใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • OpenAI ร่วมมือกับ Paradigm เปิดตัว EVMbench เฟรมเวิร์กสำหรับทดสอบและวัดผลประสิทธิภาพของ AI ในการรักษาความปลอดภัย Smart Contract
  • เน้นทดสอบ 3 ด้าน คือ การหาช่องโหว่ (Identify), การจำลองการโจมตี (Exploit), และการแก้ไขโค้ด (Fix) โดยใช้ข้อมูลจากช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้นจริง
  • เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ให้กับวงการ DeFi ที่มีมูลค่ามหาศาล และส่งเสริมการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบ (Audit) เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนเกิดความเสียหายจริง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

ข่าวนี้เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม Blockchain และ DeFi โดยรวม เพราะการมีเครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกแฮ็ก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการปัญญาประดิษฐ์อย่าง OpenAI เริ่มขยับตัวรุกตลาดความปลอดภัยในโลกคริปโตอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้ประกาศเปิดตัว EVMbench ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดผลรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบว่า AI ในปัจจุบันมีความฉลาดเพียงพอหรือยัง ที่จะเข้ามารับหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยให้กับ Smart Contracts บนเครือข่าย Ethereum และบล็อกเชนอื่น ๆ

สาเหตุที่เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะ Smart Contracts เปรียบเสมือนหัวใจที่คอยขับเคลื่อนโลกการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระดานเทรดหรือแหล่งปล่อยกู้ ซึ่งดูแลเม็ดเงินมหาศาล แต่จุดอ่อนร้ายแรงคือ เมื่อโค้ดเหล่านี้ถูกบันทึกลงบล็อกเชนแล้ว จะแก้ไขได้ยากมาก หากมีช่องโหว่หลุดรอดไปแม้แต่นิดเดียว ก็อาจหมายถึงความเสียหายระดับหายนะ

ผนึกกำลัง Paradigm สร้างมาตรฐานใหม่

เพื่อแก้ปัญหานี้ OpenAI จึงไม่ได้ลุยเดี่ยว แต่ได้จับมือกับ Paradigm บริษัทการลงทุนชั้นนำในวงการคริปโต ร่วมกันพัฒนา EVMbench ขึ้นมา โดยเป้าหมายหลักคือต้องการรู้ว่า AI สามารถเข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการถูกแฮ็กเหล่านี้ได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่กระแสความตื่นตัวเท่านั้น

ความน่าสนใจของเครื่องมือนี้คือ การนำข้อมูลช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต ซึ่งรวบรวมได้จากการตรวจสอบความปลอดภัยและการแข่งขันแฮ็กระบบ มาเป็นโจทย์ทดสอบสุดหินให้กับ AI โดยจะวัดประสิทธิภาพใน 3 ด้านสำคัญที่เชื่อมโยงกัน คือ

  1. ความสามารถในการตรวจหาจุดอ่อนในโค้ด
  2. ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากบั๊กเหล่านั้นในสภาพแวดล้อมจำลองที่ควบคุมได้
  3. ความสามารถในการซ่อมแซมโค้ดที่มีปัญหาโดยไม่ทำให้การทำงานหลักของสัญญาเสียหาย

เดิมพันความปลอดภัยระดับแสนล้าน

ทาง OpenAI ได้ระบุเหตุผลเบื้องหลังการพัฒนาครั้งนี้ว่า ปัจจุบัน Smart Contracts ต้องรับหน้าที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ การพึ่งพาเพียงมนุษย์ตรวจสอบอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในขณะที่ AI หรือ AI Agent เริ่มเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการอ่านและเขียนโค้ด จึงจำเป็นต้องมีมาตรวัดที่ชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่สมจริง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการนำ AI มาใช้เป็น “ยามเฝ้าระวัง” ที่ช่วยตรวจสอบและเสริมเกราะป้องกันให้กับโค้ดเหล่านั้น ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียจริง

ที่มา: OpenAI


การที่ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI กระโดดลงมาเล่นในสนาม Blockchain Security ด้วยตัวเองแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้การ Audit Smart Contract รวดเร็วและแม่นยำขึ้นแบบก้าวกระโดด ในอนาคตเราอาจจะได้เห็น “AI Auditor” ทำงานคู่กับมนุษย์จนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะช่วยลดเหตุการณ์โดนแฮ็กระดับร้อยล้านที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ลงได้ และทำให้นักลงทุนอย่างเรา ๆ นอนหลับได้สนิทขึ้นอีกหน่อย