สรุปข่าว
- ทรัมป์ปรับกรอบเวลาตัดสินใจใช้กำลังทหารกับอิหร่านจาก 10 วัน เป็น 10-15 วัน เพื่อเปิดทางสุดท้ายให้เกิดข้อตกลงนิวเคลียร์ หากล้มเหลวอาจเผชิญการใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ
- สหรัฐฯ ประกาศตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” พร้อมอัดฉีดงบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทั่วโลก และประกาศชัดว่าจะใช้หน่วยงานนี้ “คอยจับตาดู” การทำงานของสหประชาชาติ (UN)
- ปัญหาการเมืองในประเทศยังตึงเครียด ทรัมป์ยังไม่ได้เปิดโต๊ะเจรจากับพรรคเดโมแครตเรื่องงบประมาณกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ทำให้ภาวะชัตดาวน์ยังคงไร้ทางออก
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเส้นตายชี้ชะตาอิหร่านออกไปอีก 10-15 วันเพื่อเปิดทางให้มีการเจรจา แต่หากล้มเหลวเตรียมเจอการใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบายจัดระเบียบเวทีโลกผ่านการตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ด้วยงบสนับสนุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อคอยจับตาดูการทำงานของสหประชาชาติ (UN)
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเดินมาถึงจุดที่ต้องจับตาทุกฝีก้าว เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาส่งสัญญาณขีดเส้นตายครั้งใหม่ให้กับรัฐบาลอิหร่าน โดยขยายกรอบเวลาล่าสุดเป็น 10-15 วัน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาเกิดขึ้น
ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อถูกนักข่าวจี้ถามถึงกรอบเวลาดังกล่าว ทรัมป์ได้ขยายเส้นตายออกไปโดยระบุว่า “ผมคิดว่าช่วงเวลา 10 – 15 วัน น่าจะเพียงพอแล้ว”
แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วสหรัฐฯ ได้เตรียมความพร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างเร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทว่าทรัมป์เลือกที่จะชะลอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายออกไป เพื่อใช้กรอบเวลา 10-15 วันนี้เป็นเครื่องมือต่อรองครั้งสุดท้าย
นอกเหนือจากประเด็นอิหร่าน ทรัมป์ยังได้ประกาศเดินหน้าจัดระเบียบเวทีโลกด้วยการผลักดันคณะกรรมการสันติภาพ โดยเขากล่าวต่อหน้าผู้นำโลกอย่างตรงไปตรงมาว่า คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่คอยจับตาดูองค์การสหประชาชาติ (UN) อย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ จะมอบเงินสมทบทุนก้อนโตถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่คณะกรรมการชุดนี้ เพื่อใช้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงได้มีการแจกแจงรายชื่อประเทศพันธมิตรที่ให้คำมั่นว่าจะร่วมกันให้การสนับสนุนความช่วยเหลือในพื้นที่ฉนวนกาซาอีกด้วย
ส่วนวิกฤตชัตดาวน์ในสหรัฐฯ ยังไร้ทางออก แม้ในเวทีโลกสหรัฐฯ จะเดินเกมรุกอย่างหนัก แต่ปัญหาภายในประเทศกลับยังคงเผชิญกับภาวะชะงักงัน โดยเฉพาะปัญหาทางตันเรื่องชัตดาวน์ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
จนถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังไม่ได้มีการหารือโดยตรงกับแกนนำพรรคเดโมแครตเพื่อหาข้อยุติในประเด็นดังกล่าว ทางด้าน นาย ฮาคีม เจฟฟรีย์ส ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาระบุเพียงว่า ทางพรรคเดโมแครตกำลังเฝ้ารอการตอบสนองและข้อเสนอที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอยู่

