Jamie Dimon เตือนเห็นสัญญาณเสี่ยงคล้ายก่อนวิกฤต 2008 ตลาดคริปโตต้องจับตา

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan Chase ออกมาเตือนว่ากำลังเห็นสัญญาณเสี่ยงที่คล้ายคลึงกับช่วงก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 โดยชี้ไปที่พฤติกรรมการปล่อยกู้อย่างไม่รับผิดชอบ
  • วิกฤตปี 2008 เกิดจากการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบหละหลวม จนนำไปสู่การล่มสลายของสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่ง และส่งแรงกระแทกไปทั่วระบบเศรษฐกิจโลก
  • คำเตือนนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ สงครามการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนหันออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

คำเตือนจาก Dimon เกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบกระตุ้นให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น และมักนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต เมื่อรวมกับบรรยากาศตลาดที่ตึงเครียดอยู่แล้วจากประเด็นภาษีและภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันขาลงในระยะสั้นอาจเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 Crypto Rover รายงานว่า Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าเขากำลังสังเกตเห็นสัญญาณเตือนที่คล้ายคลึงกับช่วงก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 โดยชี้ไปที่พฤติกรรมการปล่อยกู้อย่างไม่รับผิดชอบซึ่งเคยทำให้ระบบการเงินโลกเกือบล่มสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง ถ้อยคำของ Dimon ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ตลาดไม่ควรมองข้าม เพราะในฐานะผู้นำของสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เขามีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพของระบบสินเชื่อที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าถึง

ภาพของ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase กำลังกล่าวสุนทรพจน์
ภาพของ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase กำลังกล่าวสุนทรพจน์ (ภาพจาก: @CryptoRover)

Dimon มองเห็นอะไรที่น่ากังวล

วิกฤตการเงินปี 2008 มีจุดเริ่มต้นจากการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบหละหลวม ธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้กู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ จากนั้นนำสินเชื่อเหล่านั้นมาบรรจุเป็นตราสารทางการเงินที่ซับซ้อนและขายต่อในตลาด เมื่อผู้กู้เริ่มผิดนัดชำระหนี้เป็นจำนวนมาก ระบบทั้งหมดก็พังทลายลงพร้อมกัน ส่งผลให้ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง Lehman Brothers ล้มละลาย และตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงหนักในชั่วข้ามคืน

การที่ Dimon ออกมาส่งสัญญาณในลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ซีอีโอ JPMorgan เตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเสี่ยงเผชิญภาวะถดถอย และก่อนหน้านั้นก็เคยเตือนเรื่อง เงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มาแล้ว การเตือนซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงปีบ่งบอกว่าความกังวลของเขามีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

สำหรับตลาดคริปโต คำเตือนของ Dimon มาในจังหวะที่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมตึงเครียดอยู่แล้ว โดย Siam Blockchain รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงกว่า 600 จุดจากแรงกดดันด้านภาษีศุลกากร และ ดัชนี Dow, S&P 500 และ Nasdaq 100 ต่างร่วงเกิน 1% เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อนักลงทุนรับรู้ว่ามีความเสี่ยงเชิงระบบเพิ่มขึ้น พฤติกรรมทั่วไปคือการลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทพร้อมกัน ทั้งหุ้น คริปโต และสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง

อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางส่วนที่มองต่างออกไป โดยชี้ว่า Bitcoin อาจทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัย (safe haven) ในยามที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมเผชิญวิกฤต เช่นเดียวกับทองคำ โดยเฉพาะในกรณีที่วิกฤตที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับความไว้เนื้อเชื่อใจต่อสถาบันการเงินกระแสหลัก แต่ในระยะสั้น ความกลัวและความไม่แน่นอนมักกดดันราคาคริปโตลงก่อนเสมอ

สัญญาณเตือนหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน

คำเตือนของ Dimon ไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว Siam Blockchain รายงานว่า ความต้องการสภาพคล่องฉุกเฉินของธนาคารต่อ Fed พุ่งขึ้นแตะ 3.05 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4 นับตั้งแต่ปี 2020 บ่งชี้ว่าธนาคารบางแห่งเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องในระดับที่น่ากังวล นอกจากนี้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายจุดทั่วโลกก็กำลังเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ทั้งหมดนี้รวมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Dimon ครั้งนี้น่าให้น้ำหนักกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะเขาไม่ใช่คนที่ตื่นตระหนกง่าย และในอดีตก็มักพูดตรง ๆ ว่าเห็นอะไร จริงอยู่ที่คำเตือนลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นแน่ แต่มันเป็นสัญญาณที่บอกว่าคนในวงในของระบบการเงินเริ่มกังวลกันแล้ว สิ่งที่ผู้ถือคริปโตควรจับตาคือการเคลื่อนไหวของตลาดสินเชื่อในสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และตัวเลข Non-Performing Loan ของธนาคารใหญ่ ถ้าตัวเลขเหล่านี้เริ่มแย่ลง บรรยากาศการลงทุนโดยรวมก็จะยิ่งหนักขึ้นอีก