สรุปข่าว
- FG Nexus บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq เทขาย Ethereum ล็อตล่าสุดอีก 7,550 ETH มูลค่าราว 14.78 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่บีบคั้น
- FG Nexus มียอดขาย ETH สะสมพุ่งแตะ 21,025 ETH ส่งผลให้บริษัทเผชิญตัวเลขขาดทุนสะสมมหาศาลกว่า 82.8 ล้านดอลลาร์
- บริษัทเปลี่ยนยุทธศาสตร์จาก “สายสะสม” เป็น “เทขาย” เพื่อพยุงราคาหุ้นและรักษาสภาพคล่อง หลังราคา ETH ร่วงจากต้นทุนเฉลี่ยที่เคยซื้อไว้สูงถึง 3,860 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
การเทขายอย่างต่อเนื่องของบริษัทที่ถือครอง Ethereum เป็นสินทรัพย์สำรอง อย่าง FG Nexus และ ETHzilla ได้สร้างแรงกดดันฝั่งซัพพลายอย่างมหาศาลในตลาด ซึ่งการที่บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่เริ่มถอดใจ และยอมตัดขาดทุน เพื่อพยุงสถานะทางการเงินของบริษัท เป็นสัญญาณลบ ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันรายอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่แรงเทขายแบบโดมิโน หากราคา ETH ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนอันตรายได้
สถานการณ์ของ Ethereum (ETH) เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เมื่อบริษัท FG Nexus ยักษ์ใหญ่ที่เคยประกาศกร้าวว่า จะใช้ ETH เป็นสินทรัพย์สำรองหลักของบริษัท กลับตัดสินใจเทขายเหรียญ Ethereum ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจาก Lookonchain เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ระบุว่า บริษัทได้โอน ETH จำนวน 7,55 0ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 14.78 ล้านดอลลาร์ ออกไปขายเพื่อลดความเสี่ยง หลังเผชิญกับตัวเลขขาดทุนที่กัดกินงบการเงินของบริษัทอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ
จากต้นทุน 3,860 ดอลลาร์ ต่อ 1 ETH สู่จุดที่ต้องยอมแพ้
หากย้อนกลับไปในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2025 บริษัท FG Nexus ซึ่งขณะนั้นเพิ่งรีแบรนด์มาจากชื่อเดิมอย่าง Fundamental Global ได้เดินหน้าสะสม ETH อย่างบ้าคลั่งรวมกว่า 50,770 ETH โดยใช้เงินลงทุนสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์
การเข้าซื้อ ETH ในครั้งนั้นมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,860 ดอลลาร์ต่อ 1 ETH ทว่าเมื่อราคา ETH ร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์การถือเหรียญ ETH ยาว ๆ ที่เคยวาดฝันไว้จึงเริ่มพังทลาย ปัจจุบันบริษัทเหลือเหรียญ ETH ในครอบครองเพียง 30,094 ETH ซึ่งมีมูลค่าลดลงเหลือเพียงประมาณ 59 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
เทขายเหรียญ ETH เพื่อพยุงราคาหุ้น
Kyle Sarmina ซีอีโอของ FG Nexus เคยออกมาให้เหตุผลถึงการขายเหรียญ ETH ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า มีความจำเป็นต้องทำเพื่อพยุงราคาหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) โดยเงินที่ได้จากการขาย ETH จะถูกนำไปทำรายการซื้อหุ้นคืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในตลาด Nasdaq
ซึ่งการเทขาย ETH ล็อตล่าสุดนี้ แม้จะยังไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์มองว่า เป็นการดิ้นรนเพื่อรักษาสภาพคล่องท่ามกลางแรงกดดันจากเหล่านักลงทุนสายคริปโตที่เคยหนุนหลังอย่าง Galaxy Digital และ Kraken
แรงกดดันจากกลุ่ม Ethereum Treasury ทวีความรุนแรง
FG Nexus ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะบริษัทคู่แข่งที่มีโมเดลธุรกิจคล้ายกันอย่าง ETHzilla ก็เริ่มมีการเทขาย ETH ออกมาในปริมาณมากเช่นกัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการนำเงินทุนทั้งหมดไปกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงตัวเดียว
ซึ่งเมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงขาลง และราคาไม่เป็นไปตามคาด บริษัทกลุ่มนี้จึงกลายเป็นแรงเทขายสำคัญที่คอยกดทับราคาตลาดสปอตไม่ให้โงหัวขึ้นได้ง่ายๆ
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่บริษัทระดับมหาชนยอมรับการขาดทุนกว่า 82.8 ล้านดอลลาร์ คือบทเรียนราคาแพงของการทำ “All-in” ในโลกคริปโต ยุทธศาสตร์การสะสมเหรียญของ FG Nexus ดูเหมือนจะมาผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย การเปลี่ยนบทบาทจากเจ้ามือผู้สะสม มาเป็นผู้เทขายเหรียญใส่ตลาดแบบนี้ คือสิ่งที่นักเทรด ETH ต้องระวังเป็นพิเศษ หากบริษัทกลุ่มนี้ยังเทขายไม่หมด แรงกดดันราคาในระยะสั้นจะยังคงอยู่ และเราอาจเห็น ETH ลงไปทดสอบแนวรับใหม่ที่ลึกกว่าเดิม

