สรุปข่าว
- กลุ่มฮูตีแห่งเยเมนประกาศกลับมาโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงอีกครั้ง ส่งสัญญาณเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังคุกรุ่น
- การกลับมาของการโจมตีเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกอาจกดดันราคาน้ำมันและสร้างสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดการเงินทั่วโลก
- นักลงทุนต้องจับตาว่าแรงกดดันนี้จะซ้ำเติมตลาดคริปโตที่กำลังเผชิญกับข่าวลบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การกลับมาโจมตีของฮูตีในทะเลแดงเพิ่มความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ตลาดกำลังกังวลเรื่องสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่แล้ว สภาวะเช่นนี้มักทำให้นักลงทุนถอยออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตไปหาที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาดเคยผ่านการโจมตีของฮูตีมาก่อนในปี 2024-2025 แรงกระแทกต่อคริปโตอาจไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย กลุ่มฮูตีแห่งเยเมนได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะกลับมาโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงอีกครั้ง ตามรายงานจาก Crypto Rover ซึ่งเผยแพร่ข่าวดังกล่าวผ่าน X การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไปแล้ว ทะเลแดงเป็นเส้นทางสำคัญที่เรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันจากตะวันออกกลางและเอเชียใช้เดินทางไปยังยุโรป หากเส้นทางนี้ถูกคุกคามอีกครั้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาพลังงานทั่วโลก
ฮูตีกลับมา ในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดสำหรับตลาดโลก
ไม่นานมานี้ กลุ่มฮูตีเคยหยุดการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงไปช่วงหนึ่ง หลังจากที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มแรงกดดันทางทหารในภูมิภาค แต่การประกาศกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับบริบทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะสหรัฐฯ กำลังเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮูตีอยู่แล้ว นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการโจมตีทะเลแดงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่กว้างขึ้นต่อการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ทะเลแดงและช่องแคบบาบอัลมันเดบเป็นเส้นทางที่เรือบรรทุกสินค้าประมาณ 12-15% ของการค้าโลกผ่านอยู่ทุกวัน รวมถึงน้ำมันดิบจำนวนมหาศาล หากการโจมตีเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง บริษัทเดินเรือจะต้องเบี่ยงเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งเพิ่มเวลาเดินทางหลายสัปดาห์และต้นทุนขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยนี้จะส่งผลดันราคาสินค้าและพลังงานทั่วโลกให้สูงขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ในสภาวะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูง นักลงทุนมักเลือกถือเงินสดหรือทองคำแทนสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งคริปโตมักถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่นั้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าการตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้เงินไหลเข้าตลาดทองคำและเงินมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิทยา risk-off ที่เด่นชัดมาก การประกาศโจมตีของฮูตีในครั้งนี้จึงเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่ซ้ำเติมบรรยากาศตลาดที่เปราะบางอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม มีมุมมองที่น่าสนใจอยู่เช่นกัน เนื่องจากตลาดเคยผ่านการโจมตีของฮูตีในทะเลแดงมาแล้วในช่วงปี 2567-2568 ราคาคริปโตจึงอาจไม่สั่นสะเทือนรุนแรงนักเพราะตลาดได้ราคามารับรู้ข่าวนี้ไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ที่มองว่า Bitcoin ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลีกหนีความเสี่ยงได้เช่นกัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดั้งเดิมสั่นคลอน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ชาวเยเมนเองก็หันมาใช้แพลตฟอร์ม DeFi เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มฮูตี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคริปโตอาจมีบทบาทซับซ้อนกว่าแค่สินทรัพย์เสี่ยงในมุมมองของคนที่อยู่กลางสงคราม
สิ่งที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดประเมินความเสี่ยงจากการโจมตีครั้งนี้ไว้มากแค่ไหน หากน้ำมันพุ่งแรง แรงกดดันต่อตลาดคริปโตก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ท่าทีของสหรัฐฯ ที่กำลังทำสงครามกับอิหร่านอยู่ว่าจะตอบสนองต่อการประกาศของฮูตีอย่างไรก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์ประกาศเริ่มปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่าน แล้ว ซึ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก อ่านข่าวเดิม
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวฮูตีกลับมาโจมตีทะเลแดงครั้งนี้เป็นตัวแปรที่ต้องใส่ใจแต่ไม่ต้องตื่นตระหนกมากเกินไป เพราะตลาดรับรู้พฤติกรรมของกลุ่มนี้ไปแล้วจากปี 2567 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความน่ากังวลคือมันเกิดขึ้นพร้อมกับสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่กำลังร้อนแรง ซึ่งทำให้ภาพรวมความเสี่ยงรุนแรงกว่าเดิมมาก สิ่งที่ผู้เขียนอยากให้จับตาดูคือราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ถ้าน้ำมันขึ้นไปเร็วให้เตรียมรับมือกับแรงเทขายในคริปโตด้วย เพราะตลาดกำลังอยู่ในโหมดกลัวความเสี่ยงอย่างชัดเจน
