สรุปข่าว
- รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์เสนอเงื่อนไขลดความตึงเครียดกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หลังถูกโจมตีทางทหาร
- อิหร่านยืนยันไม่มีขีปนาวุธพิสัยไกลที่โจมตีสหรัฐฯ ได้ และจะไม่พัฒนาขีปนาวุธดังกล่าว แต่ยังไม่เปิดเผยเงื่อนไขอื่นๆ ทั้งหมด
- สัญญาณลดความตึงเครียดนี้อาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังต้องจับตาว่าทุกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่อิหร่านเสนอเงื่อนไขลดความตึงเครียดถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต เพราะลดความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะขยายวงกว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่สูง เนื่องจากยังไม่มีการตกลงอย่างเป็นทางการ และทุกฝ่ายยังคงอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด
ในช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การโจมตีทางทหารจากสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเสนอเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การลดความตึงเครียด โดยระบุว่าอิหร่านไม่มีขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถโจมตีสหรัฐฯ ได้ และจะไม่พัฒนาขีปนาวุธในลักษณะดังกล่าว แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และถือเป็นสัญญาณแรกจากฝั่งเตหะรานที่เปิดประตูสู่การเจรจา แม้รายละเอียดของเงื่อนไขอื่นๆ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วน
เงื่อนไขที่อิหร่านเสนอมีอะไรบ้าง
จากข้อมูลที่เปิดเผย รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ระบุเงื่อนไขเบื้องต้นอย่างน้อย 2 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง อิหร่านยืนยันว่าไม่มีขีปนาวุธที่มีพิสัยการโจมตีถึงสหรัฐฯ และสอง อิหร่านจะไม่ดำเนินการพัฒนาขีปนาวุธในลักษณะดังกล่าวในอนาคต ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากรายงานระบุว่ายังมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
การที่อิหร่านเลือกสื่อสารผ่านช่องทางทางการทูตในจังหวะนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามส่งสัญญาณว่ายังมีพื้นที่สำหรับการเจรจา แม้ว่าก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียประกาศเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน อ่านข่าวเดิม ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นแรงผลักดันให้เตหะรานตัดสินใจเปิดช่องทางการเจรจาในครั้งนี้
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ก่อนหน้านี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรับแรงกดดันหนักจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดย Siam Blockchain เคยรายงานว่าการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้เงินไหลเข้าสู่ทองคำและเงินมากกว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง สะท้อนถึงบรรยากาศ risk-off ที่รุนแรง สัญญาณลดความตึงเครียดจากอิหร่านครั้งนี้จึงอาจเป็นตัวแปรที่ช่วยให้นักลงทุนกล้ากลับมารับความเสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยอื่นๆ พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างงานครั้งใหญ่จากภาครัฐและเอกชนในสหรัฐฯ รวมถึงการที่กองทุน Hedge Fund เพิ่มสถานะ Short ในหุ้นเทคโนโลยีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้การฟื้นตัวของตลาดคริปโตอาจต้องการปัจจัยบวกจากหลายด้านประกอบกัน ไม่ใช่แค่ข่าวภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว นักลงทุนควรจับตาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะตอบรับข้อเสนอของอิหร่านอย่างไร หากมีการยืนยันการหยุดยิงหรือเริ่มกระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ ตลาดน่าจะตอบสนองเชิงบวกได้ชัดเจนกว่านี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่อิหร่านออกมาพูดเรื่องลดความตึงเครียดในจังหวะนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันธมิตรอ่าวเปอร์เซียประกาศเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ชัดเจนว่าแรงกดดันทางทหารรอบด้านเริ่มส่งผลแล้ว แต่สิ่งที่ผู้เขียนยังกังวลอยู่คือเงื่อนไขที่อิหร่านยังไม่ได้เปิดเผยอีกหลายข้อ ถ้าเงื่อนไขที่เหลือเป็นอะไรที่สหรัฐฯ และอิสราเอลรับไม่ได้ บรรยากาศตึงเครียดก็อาจกลับมาได้อีกครั้ง สำหรับนักลงทุนคริปโต แนะนำให้ติดตามท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วง 24-48 ชั่วโมงนี้ให้ดี เพราะนั่นคือตัวแปรสำคัญที่จะบอกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายจริงหรือแค่หยุดพักชั่วคราว

