สรุปข่าว
- ดัชนีหลักของตลาดหุ้นดูไบร่วงลง 4.7% ทันทีที่เปิดซื้อขายอีกครั้งหลังหยุดทำการ 2 วันจากวิกฤตความขัดแย้งอิหร่าน
- ตลาดหลักทรัพย์ดูไบยังประกาศใช้มาตรการ “limit down” ที่ 5% เพื่อควบคุมความผันผวนรุนแรงในช่วงวิกฤต
- การร่วงครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลให้นักลงทุนโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การดิ่งของตลาดหุ้นดูไบเป็นสัญญาณชัดว่าตลาดการเงินกำลังตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เมื่อตลาดหุ้นในภูมิภาคพังพินาศ นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท ซึ่งรวมถึงคริปโตด้วย ในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูง Bitcoin และ Altcoin มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและถูกเทขายพร้อมกับหุ้น
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ดัชนีหลักของตลาดหุ้นดูไบร่วงลงราว 4.7% ทันทีที่เปิดซื้อขายอีกครั้ง หลังจากหยุดทำการไปนานถึง 2 วันเนื่องจากวิกฤตความขัดแย้งอิหร่าน ตามรายงานจาก Coin Bureau ระบุว่าตลาดหลักทรัพย์ดูไบยังได้ประกาศใช้มาตรการ “limit down” ชั่วคราวที่ระดับ 5% เพื่อช่วยรับมือกับความผันผวนรุนแรงที่เกิดขึ้น ขณะที่ Watcher.Guru รายงานตัวเลขการร่วงไว้ที่ 4.6% การดิ่งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในภูมิภาคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย และส่งสัญญาณเตือนไปยังตลาดการเงินทั่วโลกว่าบรรยากาศการลงทุนกำลังเข้าสู่ช่วงหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ทำไมตลาดดูไบถึงร่วงหนัก
การที่ตลาดหุ้นดูไบหยุดทำการ 2 วันก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงและไม่คาดคิด เมื่อตลาดเปิดขึ้นอีกครั้ง แรงเทขายที่สะสมไว้จึงพังทะลักออกมาพร้อมกัน ส่งผลให้ดัชนีร่วงอย่างรุนแรงในทันที การใช้มาตรการ limit down ที่ 5% เป็นเครื่องมือที่ตลาดนำมาใช้ในยามฉุกเฉินเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาดิ่งลงมากเกินไปในช่วงเวลาสั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางการดูไบเองก็ตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ระเบิดครั้งใหญ่ที่ท่าเรือฟูไจราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทำลายเส้นทางส่งออกน้ำมันสำรองที่อ้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และยังมีรายงานการหยุดผลิตน้ำมันที่แหล่งรูไมลาในอิรัก ซึ่งผลิตน้ำมันได้ถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงการลอบสังหารรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่านคนใหม่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังรับตำแหน่ง เหตุการณ์เหล่านี้รวมกันสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อตลาดการเงินในภูมิภาค
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
เมื่อตลาดหุ้นภูมิภาคตะวันออกกลางพังพินาศ ผลกระทบย่อมลามไปยังตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงคริปโต โดยปกติในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนมักโยกเงินออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงไปพักไว้ในสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หรือดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่ง Bitcoin และ Altcoin มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงด้วย
ภาพรวมตลาดในช่วงนี้ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ Kospi ร่วงหนักที่สุดในรอบ 2 ปี และตลาดหุ้นโซลดิ่ง 7% เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 19 เดือน ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปพุ่งขึ้น 54% ในวันเดียว สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังตื่นตระหนกและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในสภาวะแบบนี้ตลาดคริปโตมักได้รับแรงกดดันสูงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม บางส่วนมองว่า Bitcoin อาจทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวได้เช่นกัน หากวิกฤตยืดเยื้อและความเชื่อมั่นในระบบการเงินดั้งเดิมเริ่มสั่นคลอน
สัญญาณที่ต้องจับตาในระยะถัดไป
นักลงทุนควรติดตามว่าตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปจะตอบสนองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างไร โดยเฉพาะตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับภาคพลังงาน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ยังคงผันผวนสูงจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความตึงเครียดในภูมิภาค Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่าน้ำมัน Brent Crude พุ่งขึ้น 3.3% แตะ $81.6 ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ด้วย ในฝั่งคริปโต ควรจับตาว่าเงินทุนสถาบันจะยังคงสะสม Bitcoin ต่อไปหรือไม่ โดยล่าสุดมีรายงานว่าลูกค้า BlackRock ยังคงซื้อ Bitcoin มูลค่ากว่า $767 ล้าน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าเงินทุนใหญ่มองวิกฤตนี้เป็นโอกาสสะสมมากกว่าสัญญาณถอย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการดิ่งของตลาดดูไบครั้งนี้น่ากังวลพอสมควร เพราะมันสะท้อนว่าวิกฤตในตะวันออกกลางรอบนี้ไม่ใช่แค่ข่าวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจจริงๆ ในภูมิภาค ถ้าความตึงเครียดยังไม่คลี่คลาย เราอาจเห็นตลาดหุ้นที่เหลือในโลกรับแรงกดดันต่อเนื่อง และคริปโตก็อาจไม่รอด สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาดูคือท่าทีของ Bitcoin ว่าจะถูกเทขายพร้อมหุ้นหรือจะเริ่มแสดงตัวว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในนาทีวิกฤต ถ้า Bitcoin ยืนได้ในขณะที่หุ้นทั่วโลกร่วง นั่นจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากครับ

