bitkub-banner

น้ำมันสหรัฐฯ พุ่ง 16% ในวันเดียว ทะลุ $91 กดดันเงินเฟ้อ คริปโตอาจโดนหางเลข

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 16% ภายในวันเดียว แตะระดับ $91.50 ต่อบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้นกว่า $10 ต่อบาร์เรลในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง
  • นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 66% สะท้อนความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย
  • การพุ่งของราคาน้ำมันในระดับนี้มักกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อและผลักดันให้นักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

น้ำมันพุ่ง 16% ในวันเดียวเป็นสัญญาณความเสี่ยงเชิงระบบที่ร้ายแรง นักลงทุนมักตอบสนองด้วยการลดความเสี่ยงในพอร์ต ขายสินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโตก่อน และราคาน้ำมันที่สูงยิ่งส่งสัญญาณเงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยิ่งไม่รีบลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดคริปโตโดยตรง

ในช่วงดึกของวันที่ 7 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตลาดพลังงานโลกเข้าสู่ภาวะสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้นต่อเนื่องจนบวกกว่า 16% ภายในวันเดียว แตะระดับ $91.50 ต่อบาร์เรล ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งระบุว่าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า $10 ต่อบาร์เรลในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง และนับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคาพุ่งขึ้นรวมแล้วกว่า 66% การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการพุ่งรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลกเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อและสภาพตลาดในระยะข้างหน้า

กราฟแสดงราคา CFD ของน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นจากประมาณ $56 ในช่วงต้นปี 2026 ไปแตะ $91.51 ในช่วงเดือนมีนาคม
กราฟแสดงราคา CFD ของน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นจากประมาณ $56 ในช่วงต้นปี 2026 ไปแตะ $91.51 ในช่วงเดือนมีนาคม (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

สาเหตุที่ราคาน้ำมันพุ่งหนักในครั้งนี้

การพุ่งของราคาน้ำมันในรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่สะสมมาต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องหลายชุด ทั้งการที่ Trump ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน จนดันราคา Brent Crude ทะลุ $90 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ไปจนถึง กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และ DFC ขาดเงินกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการประกันเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว

นอกจากนี้ กาตาร์ยังเตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ $150 ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์บานปลาย ขณะที่ คูเวตตัดลดกำลังการผลิตน้ำมัน เนื่องจากถังกักเก็บเต็มความจุ สองปัจจัยนี้รวมกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากรัสเซียและอิหร่าน กลายเป็นแรงดันที่ผลักราคาน้ำมันขึ้นอย่างก้าวกระโดดในรอบนี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในทางประวัติศาสตร์ การพุ่งของราคาน้ำมันในระดับ 16% ภายในวันเดียวถือเป็นสัญญาณเตือนชั้นหนึ่งที่ตลาดการเงินต้องระวัง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันเงินเฟ้อโดยตรง เพราะต้นทุนพลังงานซึมเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตเกือบทุกภาคส่วน เมื่อเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะรีบลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยีไปจนถึงคริปโต

สัญญาณจากตลาดอื่นก็ไม่สู้ดีนัก ก่อนหน้านี้ กองทุน Gold ETF ระดับโลกเผชิญเงินไหลออกมากที่สุดในรอบ 10 ปี และ BlackRock เผชิญปัญหาสภาพคล่องในกองทุนสินเชื่อขนาด 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ สัญญาณเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าภาวะ risk-off กำลังขยายตัวในตลาดการเงินโดยรวม ซึ่งมักส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตด้วย อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ บางส่วนในตลาดมองว่า Bitcoin อาจได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางเลือก แต่ในระยะสั้น แรงกดดันขาลงน่าจะมีน้ำหนักมากกว่า

สถานการณ์ยังไม่จบ จับตาช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามต่อคือสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก หาก สหรัฐฯ และอิสราเอล ปรับท่าทีทางการทหาร หรือหากการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว และแรงกดดัน risk-off ต่อคริปโตก็จะลดลงตาม แต่ถ้าความตึงเครียดทวีความรุนแรงต่อ โดยเฉพาะถ้ามีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ นักวิเคราะห์บางส่วนก็มองว่าราคาน้ำมันอาจแตะระดับที่กาตาร์เตือนไว้ได้จริง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การพุ่ง 16% ในวันเดียวแบบนี้ไม่ธรรมดาเลย มันไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันขึ้น แต่มันคือสัญญาณว่าตลาดกำลัง reprice ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ทั้งหมด สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาน้ำมันตอนนี้คือมันจะดึงเงินเฟ้อกลับมาหรือเปล่า เพราะถ้าตัวเลข CPI เดือนหน้าออกมาสูงกว่าคาด โอกาสลดดอกเบี้ยก็แทบเป็นศูนย์ และนั่นคือสิ่งที่ตลาดคริปโตกลัวที่สุดในตอนนี้ สิ่งที่ผมจะจับตาคือการที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวเหนือ $90 ได้นานแค่ไหน และปฏิกิริยาของ Fed ต่อสถานการณ์นี้ในการประชุมครั้งถัดไป