สรุปข่าว
- ทางการมอลโดวาค้นพบเครือข่ายใช้เงินคริปโตกว่า 107 ล้านดอลลาร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งและติดสินบนประชาชน
- เส้นทางการเงินถูกโยงไปถึงแพลตฟอร์มในรัสเซียและคีร์กีซสถานโดยใช้วิธีเปลี่ยนเหรียญเป็นเงินสดผ่านตัวกลางในประเทศ
- บริษัทวิเคราะห์ TRM Labs ยืนยันว่าธุรกรรมนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลของรัสเซียและเว็บเทรดที่ถูกคว่ำบาตรเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวการใช้คริปโตเพื่อกิจกรรมผิดกฎหมายและการแทรกแซงทางการเมืองระดับชาติมักเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้หน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างในการออกกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดขึ้น หรืออาจนำไปสู่การแบนธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบางประเทศ ซึ่งจะส่งผลลบต่อภาพลักษณ์และการใช้งานในวงกว้าง
สำนักงานต่อต้านการทุจริตแห่งชาติของมอลโดวา (CNA) ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตครั้งมโหฬารที่มีเป้าหมายเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งรัฐสภาปี 2025 โดยใช้วิธีการโอนเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลเพื่อนำไปจ่ายให้กับนักกิจกรรมและติดสินบนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นาย Alexandr Pinzari ผู้อำนวยการ CNA เปิดเผยว่าขบวนการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนทางการเงินแบบผิดกฎหมายแก่พรรคการเมืองบางพรรค โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลโอนไปยังตัวกลางในมอลโดวา แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหัวคะแนนในท้องถิ่น เงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ทั้งจ้างคนมาเชียร์ ซื้อเสียงเพื่อให้สนับสนุนผู้สมัครบางราย รวมถึงระดมคนมาร่วมชุมนุมประท้วง
จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนผ่านกระเป๋าเงินแบบ Non-custodial โดยเฉพาะกระเป๋าเงินใบหนึ่งที่มีการโอน USDT เข้าออกสูงถึง 107 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2023-2025 ซึ่งต้นทางของเงินเหล่านี้โยงไปถึงแพลตฟอร์มคริปโตในรัสเซียและคีร์กีซสถาน ข้อมูลจาก TRM Labs บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนระบุว่า เส้นทางเงินดังกล่าวเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ InfoLider ของรัสเซีย และเกี่ยวข้องกับเว็บเทรด TokenSpot ซึ่งเป็นบริษัทหน้าฉากของ Garantex ที่ถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
ที่มา: decrypt
กรณีนี้ถือเป็นดาบสองคมของโลกคริปโตครับ ด้านหนึ่งมันพิสูจน์ว่าคริปโตใช้งานได้จริงและเคลื่อนย้ายมูลค่าได้รวดเร็ว แต่อีกด้านมันก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือของ “ด้านมืด” ได้ง่ายดายเช่นกัน การที่รัสเซียใช้ช่องทางนี้ในการแทรกแซงการเมืองประเทศอื่นจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของคริปโตในสายตารัฐบาลตะวันตกแย่ลง และอาจเร่งให้เกิดมาตรการ KYC/AML ที่โหดหินขึ้นกว่าเดิม ใครที่สาย Privacy อาจจะอยู่ยากขึ้นครับงานนี้
