bitkub-banner

อิหร่านตัดสายเจรจาสหรัฐฯ ความตึงเครียดพุ่ง ตลาดคริปโตเสี่ยงดิ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ประกาศว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่น่าจะอยู่ในวาระของอิหร่านอีกต่อไป ส่งสัญญาณว่าช่องทางการทูตระหว่างสองประเทศได้ปิดลงอย่างเป็นทางการ
  • การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่สะสมมาต่อเนื่อง ทั้งการคุกคามปิดช่องแคบฮอร์มุซและการที่ NATO ยิงขีปนาวุธของอิหร่านตกในน่านฟ้าตุรกี
  • นักลงทุนควรจับตาสัญญาณ risk-off ในตลาดโลก เนื่องจากความล้มเหลวทางการทูตอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ช่องทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเป็นสัญญาณลบต่อตลาดทุกประเภท รวมถึงคริปโต เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าทางทหาร ในสภาวะ risk-off นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกก่อน และ Bitcoin รวมถึงอัลท์คอยน์มักถูกเทขายพร้อมกันในช่วงแรก แม้ว่าในระยะยาว Bitcoin อาจถูกมองเป็นสินทรัพย์หลบภัยก็ตาม

เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 10 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ไม่น่าจะอยู่ในวาระของอิหร่านอีกต่อไป ถ้อยแถลงนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าช่องทางการทูตระหว่างสองประเทศได้ปิดลงอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดมาอย่างต่อเนื่อง การประกาศดังกล่าวยิ่งทำให้ตลาดการเงินโลกวิตกกังวลมากขึ้น เนื่องจากเส้นทางการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีดูเหมือนจะลดน้อยลงทุกที

จากคำขู่สู่การตัดสะพาน สถานการณ์อิหร่านบานปลาย

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ขู่คุกคามที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก อ่านข่าวเดิม ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเพียงการขู่ แต่บัดนี้การที่รัฐมนตรีต่างประเทศประกาศตัดการเจรจากับสหรัฐฯ ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดขึ้นอีกขั้น

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อพิจารณาร่วมกับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ NATO ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านตกในน่านฟ้าตุรกี และการที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินบัญชาการ E-6B Mercury ไปประจำการในตะวันออกกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้าทางทหารกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ นักวิเคราะห์อย่าง Jim Cramer เองก็ออกมาระบุว่า ไม่เห็นเส้นทางที่จะลดความตึงเครียดได้เลย

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตยังคงได้รับเงินไหลเข้าจากสถาบันการลงทุนกว่า $619 ล้านดอลลาร์ตามข้อมูลของ CoinShares แต่การที่การทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพังทลายลงครั้งนี้ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่พลิกทิศทางได้ในระยะสั้น โดยทั่วไปแล้ว ในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูง ตลาดมักเข้าสู่โหมด risk-off ทำให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตก่อนในระยะแรก

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้า อย่างที่เห็นในกรณีเน็ตดับในอิหร่าน ซึ่งประชาชนหันมาใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงการเงินเมื่อระบบดั้งเดิมล้มเหลว ทำให้ในระยะยาว ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกลับส่งเสริม narrative ของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง นักลงทุนจึงต้องแยกแยะระหว่างผลกระทบระยะสั้น (เทขาย) และโอกาสระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Abbas Araghchi ออกมาพูดตรงๆ แบบนี้ไม่ใช่แค่แถลงการณ์ธรรมดา แต่มันคือการปิดประตูการเจรจาอย่างเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งน่ากังวลมากกว่าการขู่ทางทหารเสียอีก เพราะอย่างน้อยเวลาขู่กัน ยังมีโอกาสนั่งโต๊ะคุย แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่มีโต๊ะให้นั่งแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของสหรัฐฯ จะตอบสนองอย่างไร ถ้าฝ่ายอเมริกาเลือกเดินหน้าทางทหารแทนการทูต ตลาดคริปโตคงจะรับรู้แรงกดดันอีกระลอก โดยเฉพาะคืนที่วอลล์สตรีทเปิดทำการ ผู้ที่ถือ position อยู่ควรตั้งจุด stop-loss ไว้ให้ดี และอย่าลืมว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์มักทำให้ตลาดผันผวนรุนแรงในระยะสั้นเสมอ

เครดิตภาพจาก @retardedusa