bitkub-banner

อิหร่านถล่มอิสราเอลด้วยขีปนาวุธแล้ว ตลาดคริปโตดิ่งหนักทันที

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลถล่มอิสราเอล เป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงทางทหารครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง
  • การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่สะสมต่อเนื่อง รวมถึงวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
  • ตลาดคริปโตเสี่ยงร่วงหนักในระยะสั้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกจะหนีความเสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา:  Bearish

การโจมตีด้วยขีปนาวุธระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเป็นสัญญาณความขัดแย้งระดับสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งโดยปกติกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ตลาดคริปโตมีแนวโน้มผันผวนสูงและอาจเห็นแรงขายออกอย่างรวดเร็วในช่วงนี้

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย มีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าโจมตีอิสราเอล นับเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงทางทหารครั้งใหม่ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดการเงินโลก ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลนี้ในช่วงเช้าตรู่ตามเวลาไทย การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอีกขั้น หลังจากสถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาว่าจะมีการตอบโต้เพิ่มเติมหรือไม่ และผลกระทบต่อตลาดการเงินจะรุนแรงแค่ไหน

สงครามบานปลายหลังเดือนแห่งความตึงเครียด

การโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นจุดสุดยอดของความตึงเครียดที่สะสมมาต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นกว่า 20% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก และสหรัฐฯ ก็ได้ ส่งกองกำลังกำจัดเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ ไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สหรัฐฯ ส่ง “เครื่องบินวันสิ้นโลก” บินเข้าตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์กำลังเดินหน้าสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง

ด้านเศรษฐกิจ ผลพวงของความขัดแย้งในภูมิภาคได้กดดันตลาดน้ำมันอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสูงถึง $115 ต่อบาร์เรล แต่ต่อมาก็ ดิ่งลงกว่า 30% ข้ามคืน สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนสุดขีดของตลาดในช่วงวิกฤต การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดนี้อาจจุดชนวนให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นอีกรอบ และซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งทางทหารในระดับนี้ ตลาดคริปโตมักได้รับแรงกระแทกอย่างรวดเร็วเพราะนักลงทุนแห่ขายสินทรัพย์เสี่ยงออกไปพร้อมกัน Bitcoin และ Ethereum มักร่วงลงพร้อมกับหุ้นในช่วงที่เกิด “risk-off” เต็มรูปแบบ และการโจมตีด้วยขีปนาวุธระหว่างสองประเทศในตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกดดันสูงที่สุดต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ก่อนหน้านี้ เงินทุนไหลออกจากหุ้นเอเชียสูงสุดในรอบ 3 ปี แล้ว และสถานการณ์ครั้งนี้อาจซ้ำเติมให้แย่ลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองที่น่าสนใจจาก Bank of America ที่ระบุว่า หากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเป็นบวกต่อคริปโตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นนี้ แรงกดดันด้านลบน่าจะครอบงำตลาดก่อน นักลงทุนควรเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะว่าอิสราเอลจะตอบโต้อย่างไร และสหรัฐฯ จะมีท่าทีอย่างไรต่อเหตุการณ์นี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเกาะติดสถานการณ์สงครามแบบเรียลไทม์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 🔴LIVE: เกาะติดสถานการณ์สงครามนาโต VS อิหร่าน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่ากังวลมากสำหรับนักลงทุนคริปโตในระยะสั้น เพราะการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าอิสราเอลตรง ๆ ต่างกับการปะทะในระดับย่อยโดยสิ้นเชิง มันคือสัญญาณว่าสงครามกำลังลุกลามออกไปนอกกรอบเดิม สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ อิสราเอลจะตอบโต้กลับอย่างไร และอเมริกาจะเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่ ถ้าสถานการณ์ยังไม่มีท่าทีจะลดระดับลง คาดว่าจะเห็นแรงเทขายคริปโตออกมาเรื่อย ๆ ตามเหตุการณ์ที่พัฒนา ผู้เขียนไม่แนะนำให้ตัดสินใจซื้อขายด้วยอารมณ์ตามข่าว แต่ควรจับตาปัจจัยพื้นฐานทางภูมิรัฐศาสตร์ให้ดีก่อน เพราะสงครามในตะวันออกกลางที่บานปลายอาจส่งผลต่อตลาดนานกว่าที่หลายคนคาดไว้

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider