bitkub-banner

“Roman Storm” นักพัฒนา Tornado Cash เตรียมกลับขึ้นศาลใหม่ตุลาคมนี้ หลัง DOJ ยุค Trump เดินหน้าฟ้องซ้ำ!

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยื่นคำร้องต่อศาลแมนฮัตตันเพื่อขอพิจารณาคดี Roman Storm ผู้พัฒนา Tornado Cash ใหม่อีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ หลังคณะลูกขุนเดิมตัดสินไม่เอกฉันท์ในข้อหาฟอกเงิน และเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
  • สถานการณ์นโยบายคริปโตในสหรัฐฯ ยังคงสับสน เนื่องจากกระทรวงการคลังเริ่มยอมรับว่า เครื่องมือรักษาความเป็นส่วนตัวอาจถูกกฎหมายได้ แต่กระทรวงยุติธรรมกลับเดินหน้าฟ้องร้องนักพัฒนาอย่างหนักด้วยโทษจำคุกสูงสุดถึง 40 ปี
  • Roman Storm ออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากคอมมูนิตี้คริปโต โดยระบุว่า ถ้าคุณสนใจเรื่องความเป็นส่วนตัวทางการเงิน คดีนี้คือบทพิสูจน์สำคัญว่า “โค้ดคือเสรีภาพในการแสดงออก” และหากไร้เงินสู้คดี รัฐบาลจะชนะโดยปริยาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข่าวการต่อสู้คดีของ Tornado Cash ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มเหรียญ Privacy และเหรียญที่เน้นการไม่เปิดเผยตัวตนในระยะสั้น แต่ยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือตลาดภาพรวม อย่างไรก็ตาม บรรทัดฐานทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของโปรเจกต์ Open-source ทั่วโลก

มหากาพย์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่ออัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Jay Clayton ได้ยื่นจดหมายต่อศาลเพื่อขอจัดกระบวนการพิจารณาคดีของ Roman Storm หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Tornado Cash ใหม่ โดยเสนอให้เริ่มพิจารณาคดีใหม่ ในวันที่ 5 ตุลาคม หรือ 12 ตุลาคม 2026 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การพิจารณาคดีเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วสิ้นสุดลงด้วย สภาวะที่ “คณะลูกขุนตัดสินไม่เอกฉันท์” ในข้อหาหนักอย่างการสมคบคิดฟอกเงินและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งหากศาลตัดสินว่า มีความผิดในรอบใหม่นี้ Roman Storm อาจต้องเผชิญโทษจำคุกยาวนานถึง 40 ปี

นโยบายที่ย้อนแย้งของรัฐบาลสหรัฐฯ

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในกรณีนี้คือ “ความย้อนแย้ง” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจัดการกับเรื่องนี้ ในขณะที่กระทรวงยุติธรรม (DOJ) กำลังเดินหน้าสั่งฟ้องผู้สร้างโปรเจกต์ Tornado Cash อย่างเข้มงวด แต่ทางกระทรวงการคลังกลับส่งรายงานให้สภาคองเกรสระบุว่า เครื่องมือรักษาสิทธิส่วนบุคคล (Mixer) อาจเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับผู้ใช้งานคริปโตที่สุจริต เพื่อปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวทางการเงิน 

ยิ่งไปกว่านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเคยแย้มว่าจะพิจารณาอภัยโทษให้กับ Keonne Rodriguez  ผู้พัฒนา Samourai Wallet ซึ่งทำธุรกิจคล้ายกัน ทำให้คนทั้งวงการเกิดคำถามว่า สรุปแล้วในสายตาของรัฐบาล “ความเป็นส่วนตัวทางการเงิน” คือสิทธิที่ควรได้รับ หรือคืออาชญากรรมกันแน่

“โค้ดคือเสรีภาพ” หรือ “โค้ดคือความผิด”

Roman Storm ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เพื่อขอกำลังใจและทุนทรัพย์ในการต่อสู้คดี โดยย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นบรรทัดฐานว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Open-source จะต้องรับผิดชอบ ต่อการกระทำของผู้ใช้งานที่นำโค้ดไปใช้ในทางที่ผิดหรือไม่ 

ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตก็เริ่มเคลื่อนไหวผ่านหน่วยงานอย่าง Solana Policy Institute เพื่อผลักดันกฎหมาย Blockchain Regulatory Certainty Act ที่เสนอโดย วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis เพื่อห้ามไม่ให้มีการจัดประเภทนักพัฒนาที่ไม่ได้ถือครองเงินของผู้ใช้ว่า เป็นผู้ให้บริการโอนเงิน

ขั้นตอนสำคัญก่อนถึงตุลาคม

ก่อนจะถึงการพิจารณาคดีครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้ ยังมีด่านสำคัญที่ต้องจับตาในวันที่ 9 เมษายน  ซึ่งศาลจะพิจารณาคำร้องที่เรียกว่า “Rule 29” หรือการขอให้ศาลยกฟ้อง Storm โดยใช้เหตุผลทางข้อกฎหมาย มาโต้แย้ง ซึ่งฝ่ายจำเลยมองว่า การรีบกำหนดวันพิจารณาคดีใหม่ในตอนนี้ดูจะรวบรัดและเป็นการกดดันกันเกินไปหน่อย 

แต่หากศาลตัดสินปฏิเสธคำร้องนี้ขึ้นมา สมรภูมิในเดือนตุลาคมก็จะกลายเป็นจุดตัดสินชี้ชะตาครั้งสุดท้าย ว่า “ความเป็นส่วนตัว” บนโลกบล็อกเชนจะยังคงมีที่ยืนอยู่ หรือจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายไปตลอดกาล

ที่มา : yahoo


มุมมองผู้เขียน : การที่ DOJ ยังยืนยันจะฟ้องซ้ำ ทั้งที่คณะลูกขุนเดิมยังลังเล สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการใช้คดีนี้เป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” สำหรับเหล่านักพัฒนา

หากรอบนี้ Storm แพ้คดี เราอาจเห็นเหล่านักพัฒนาเก่งๆ ย้ายฐานออกจากสหรัฐฯ กันยกใหญ่ ซึ่งนั่นจะเป็นความสูญเสียทางนวัตกรรมที่ประเมินค่าไม่ได้