bitkub-banner

จีนสั่งหยุดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทั้งหมด ตลาดพลังงานโลกตึงตัว กดดันคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • จีนประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทั้งหมดทันที เพื่อเปลี่ยนเส้นทางซัพพลายกลับสู่ตลาดในประเทศ
  • การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกตึงตัวอยู่แล้ว ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
  • ภาวะ Risk-Off จากแรงกดดันด้านพลังงานและเงินเฟ้อที่อาจตามมา เป็นปัจจัยที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนจะยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัวในตลาดพลังงานโลก ดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนหันหลังให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับสัญญาณ Risk-Off อื่นๆ ที่สะสมมาหลายวัน ทั้งราคาน้ำมันพุ่งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

เมื่อช่วงกลางวันวันที่ 12 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Coin Bureau จีนได้ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทั้งหมดทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเส้นทางซัพพลายกลับสู่ตลาดภายในประเทศ การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับตลาดพลังงานโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว เพราะจีนเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย การหยุดส่งออกอย่างกะทันหันนี้จะยิ่งบีบซัพพลายในตลาดโลกให้แน่นขึ้นไปอีก และเพิ่มความเสี่ยงด้านราคาพลังงานที่อาจพุ่งสูงต่อเนื่อง

จีนหยุดส่งออกน้ำมัน เกิดอะไรขึ้นและทำไม

การระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย จีนมักส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันเครื่องบิน ไปยังตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นๆ เป็นจำนวนมากในแต่ละปี การตัดสินใจให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศก่อนอาจสะท้อนถึงความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น หรือเป็นนโยบายเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของตัวเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศในโลกกำลังทำอยู่ในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน

ผลที่ตามมาทันทีคือประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากจีน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจต้องแข่งขันกันในตลาดโลกเพื่อหาซัพพลายทดแทน ซึ่งจะดันราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรให้สูงขึ้นอีก สถานการณ์นี้ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อพิจารณาว่าก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็พุ่งขึ้นไปแตะระดับเหนือ $94 ต่อบาร์เรลแล้ว ตามที่ Siam Blockchain รายงานก่อนหน้านี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในภาวะที่ตลาดพลังงานโลกตึงตัวและราคาน้ำมันพุ่งสูง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาในโลกการเงินมักเป็นสัญญาณ Risk-Off ชัดเจน นักลงทุนจะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโต แล้วหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาลแทน ราคาน้ำมันที่สูงยังหมายถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น ส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึง Bitcoin และคริปโตในวงกว้าง

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับปัจจัยลบอื่นๆ หลายตัวที่สะสมกันอยู่ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซ, คำเตือนของ FBI เรื่องโดรนอิหร่าน หรือการข่มขู่สงครามการค้าของ Trump รวมถึงกองทุนสินเชื่อเอกชน Cliffwater ที่จำกัดการไถ่ถอนเงิน ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานทั้งหมดนี้ไว้ในช่วงที่ผ่านมา การที่จีนหยุดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปจึงเป็นอีกหนึ่งชั้นของความเสี่ยงที่ถาโถมเข้ามาในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเปราะบางอยู่แล้ว สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาในลำดับถัดไปคือการตอบสนองของ Fed ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้น และทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $92 ต่อบาร์เรล และต่อมา ขึ้นไปแตะ $94 กดดัน Dow Jones Futures ร่วงกว่า 500 จุด การหยุดส่งออกน้ำมันของจีนในครั้งนี้จึงเป็นปัจจัยที่จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลกซึ่งกำลังร้อนแรงอยู่แล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ควรมองข้าม แม้จะยังมาจากแหล่งข้อมูลไม่กี่แหล่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าหนักมาก เพราะจีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปรายใหญ่ของโลก การหยุดส่งออกกะทันหันจะดูดซับซัพพลายออกจากตลาดโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่น่ากังวลในตอนนี้คือการที่ปัจจัยลบหลายตัวมาพร้อมกันพอดี ทั้งราคาน้ำมันพุ่ง ความตึงเครียดตะวันออกกลาง การค้าโลกไม่แน่นอน และตอนนี้จีนดึงซัพพลายออกอีก ตลาดคริปโตในภาพใหญ่จึงน่าจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ก็ยังไม่ใช่สัญญาณให้ตัดสินใจอะไร ให้รอดูว่าทั้งราคาน้ำมันและ Fed จะตอบสนองอย่างไรก่อน

เครดิตภาพจาก @CoinBureau