สรุปข่าว
- Bitmine Immersion Technologies เร่งซื้อ ETH เพิ่มขึ้น โดยกวาดซื้อกว่า 60,999 เหรียญในสัปดาห์ล่าสุด ดันคลังรวมแตะ 4.596 ล้าน ETH หรือราว 3.81% ของ ETH ทั้งหมดในโลก
- จาก ETH ที่ถือครองทั้งหมด ราว 3,040,515 เหรียญ (ประมาณสองในสาม) ถูก stake ไว้แล้ว สร้างรายได้ประมาณ $180 ล้านต่อปี จากอัตราผลตอบแทน 7 วันที่ 2.81%
- บริษัทยังคงมุ่งเป้าครองสัดส่วน 5% ของ ETH ทั้งหมดในโลก โดยปัจจุบันถือครองรวมสินทรัพย์ทั้งหมด (คริปโต เงินสด และอื่นๆ) มูลค่ารวมกว่า $1.1 หมื่นล้าน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่บริษัทระดับสถาบันเร่งกวาดซื้อ ETH อย่างต่อเนื่องและล็อก ETH ไว้ใน staking จำนวนมากถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะลดปริมาณ ETH ที่หมุนเวียนในตลาด ในขณะที่ราคา ETH วันนี้พุ่งขึ้นกว่า 9.59% มาแตะ $2,337.72 แล้ว ความเชื่อมั่นของสถาบันต่อ Ethereum มีแนวโน้มหนุนราคาในระยะกลาง
Bitmine Immersion Technologies (NYSE AMERICAN: BMNR) เร่งเดินหน้ากลยุทธ์สะสม Ethereum อย่างหนัก ตามรายงานจาก Cointelegraph โดย ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 บริษัทถือครอง ETH รวมแล้ว 4.596 ล้านเหรียญ คิดเป็นราว 3.81% ของ Ethereum ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก ในสัปดาห์ล่าสุด Bitmine เร่งซื้อเพิ่มถึง 60,999 ETH ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์เดิมที่ 45,000-50,000 เหรียญ โดยส่วนหนึ่งได้มาจากการซื้อ 5,000 ETH จาก Ethereum Foundation โดยตรงเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ นอกจากนี้ ราว 3,040,515 เหรียญหรือสองในสามของ ETH ที่บริษัทถืออยู่ถูก stake ไว้แล้ว สร้างรายได้ประมาณ $180 ล้านต่อปีจากอัตราผลตอบแทน 7 วันที่ 2.81%
จากเหมืองขุด Bitcoin สู่คลัง Ethereum ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Bitmine Immersion Technologies เดิมเป็นบริษัทขุด Bitcoin แต่ได้พลิกกลยุทธ์มุ่งสะสม Ethereum อย่างจริงจัง จนปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นคลัง ETH ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นคลังสินทรัพย์คริปโตที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Strategy Inc. (MicroStrategy ที่เปลี่ยนชื่อแล้ว) บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนคือถือครอง ETH ให้ได้ 5% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ายังต้องกวาดซื้อ ETH เพิ่มอีกมาก
สินทรัพย์รวมทั้งหมดของบริษัท ทั้งคริปโต เงินสด และสินทรัพย์อื่นๆ มีมูลค่าถึง $1.1 หมื่นล้าน ซึ่งรวมถึง Bitcoin 196 เหรียญ สัดส่วนใน Beast Industries มูลค่า $200 ล้าน สัดส่วนใน Eightco Holdings (NASDAQ: ORBS) มูลค่า $83 ล้าน และเงินสดอีก $1.2 พันล้าน Thomas Lee ดำรงตำแหน่ง Chairman ของบริษัท
สร้างระบบ Staking ของตัวเองใน MAVAN
นอกจากการสะสม ETH แล้ว Bitmine ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการ staking ของตัวเองภายใต้ชื่อ MAVAN (Made in America VAlidator Network) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบธุรกรรมที่ปลอดภัย มีกำหนดเริ่มใช้งานในไตรมาสแรกของปี 2569 การสร้างระบบ validator เองหมายความว่าบริษัทจะไม่ต้องพึ่งพาบริการ staking จากภายนอก ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา ETH จำนวนมหาศาลเหล่านี้ในระยะยาว
การที่บริษัทล็อก ETH จำนวนมากไว้ใน staking ยังส่งผลกระทบต่อตลาดในเชิงบวก เนื่องจาก ETH ที่ถูก stake ออกจากตลาดหมุนเวียน ลดแรงขายที่อาจเกิดขึ้น และยังสะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของสถาบันต่อระบบนิเวศ Ethereum สอดคล้องกับสัญญาณตลาดที่ราคา ETH พุ่งขึ้นกว่า 9.59% ในรอบ 24 ชั่วโมง มาแตะ $2,337.72 แล้ว
กระแสสะสม ETH ของสถาบันกำลังเร่งตัว
การเคลื่อนไหวของ Bitmine สะท้อนให้เห็นแนวโน้มใหม่ของนักลงทุนสถาบันที่มองว่า Ethereum ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร แต่เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ได้จริงผ่านกลไก staking ซึ่งต่างจาก Bitcoin ที่ไม่มีกลไก yield แบบนี้ รายได้จาก staking ราว $180 ล้านต่อปีถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก และยิ่ง ETH มีราคาสูงขึ้น รายได้นี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ETH พุ่งทะลุ $2,300 ครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ หลังตลาดโลกพลิกเข้าโหมด risk-on ซึ่งบวกกับข่าวการสะสมของ Bitmine ที่เร่งตัว ยิ่งหนุนให้บรรยากาศรอบ Ethereum เป็นบวกมากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเคสของ Bitmine น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การ “ซื้อแล้วรอ” แบบที่หลายบริษัทสถาบันทำกับ Bitcoin แต่เป็นกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น คือซื้อ ETH แล้วยังนำไป stake เพื่อสร้าง cash flow ระยะยาวด้วย มันเหมือนซื้ออสังหาฯ แล้วปล่อยเช่าให้ได้ดอกเบี้ยต่อเนื่อง จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่าบริษัทจะทำตามเป้า 5% ได้ไหม ตอนนี้อยู่ที่ 3.81% แล้ว ถ้าเดินหน้าซื้อต่อในอัตรานี้ก็ใกล้จะถึงเป้าในไม่ช้า ซึ่งอาจกดดันให้ราคา ETH ยิ่งสูงขึ้น เพราะปริมาณที่หมุนเวียนในตลาดลดลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ต้องดูด้วยว่าราคา ETH ที่พุ่งขึ้นแรงอยู่แล้ว จะส่งผลให้ต้นทุนการซื้อของ Bitmine สูงขึ้นจนชะลอแผนหรือเปล่า
เครดิตภาพจาก @raremints_
