สรุปบทความ
- IBIT ของ BlackRock มีเงินไหลออก $38.3 ล้าน ในวันที่ 19 มี.ค. 2026 แต่สัปดาห์ก่อนเพิ่งมีเงินไหลเข้า $600 ล้าน และยังคงถือครอง BTC กว่า 784,000 BTC
- Mayer Multiple ดิ่งลงแตะ 0.675 ซึ่งเป็นระดับ “ด้อยค่าอย่างรุนแรง” ที่ในอดีตมักตรงกับจุดสะสมที่ดีที่สุด แม้ราคาอาจลงต่อได้อีก
- BlackRock ยังคงขยายธุรกิจคริปโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งเปิดตัว Staking ETF ใหม่ โอนคริปโต $140 ล้านเข้า Coinbase Prime และมีกองทุนพันธบัตรแบบโทเคนมูลค่ากว่า $2 พันล้าน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา BULLISH
แม้เงินไหลออกจาก IBIT จะสร้างความกังวล แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมที่ BlackRock ยังคงขยายผลิตภัณฑ์คริปโต Mayer Multiple อยู่ในโซนด้อยค่าที่ในอดีตเป็นจุดสะสมที่ดี และสถาบันใหม่อย่าง Morgan Stanley กำลังเตรียมเข้าตลาด สถานการณ์ปัจจุบันเอียงไปในทิศทางเป็นขาขึ้นในระยะกลาง-ยาว มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดขาลงที่แท้จริง
BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่งมีเงินไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF อย่าง IBIT กว่า $38 ล้าน ในวันที่ 19 มีนาคม 2026 ขณะที่ Mayer Multiple ของ Bitcoin ดิ่งลงไปอยู่ที่ระดับ 0.675-0.75 ซึ่งเป็นโซนที่ในประวัติศาสตร์มักจะตรงกับ “จุดซื้อที่ดีที่สุด” ที่นักลงทุนเคยเจอ คำถามที่ต้องถามตัวเองตอนนี้คือ ทำไม BlackRock ถึงขายในจังหวะที่ตัวชี้วัดทุกตัวกรีดร้องว่า “ต่ำเกินจริง” แล้วคุณในฐานะนักลงทุนรายย่อยกำลังถูกเล่นอยู่หรือเปล่า?
IBIT มีเงินไหลออก $38 ล้าน ท่ามกลาง ETF ที่กำลังเลือดไหล
ในวันที่ 19 มีนาคม 2026 กองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวม $90.2 ล้าน ซึ่งเป็นวันที่สามติดต่อกันที่เงินไหลออก โดย IBIT ของ BlackRock เพียงกองทุนเดียวมีเงินไหลออกถึง $38.3 ล้าน คิดเป็นกว่า 42% ของเงินไหลออกทั้งหมดในวันนั้น

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อน การที่ IBIT มีเงินไหลออก ไม่ได้หมายความว่า BlackRock เป็นฝ่ายตัดสินใจขาย Bitcoin เอง แต่เป็นผลจากการที่ลูกค้าไถ่ถอนหน่วยลงทุน ทำให้กองทุนต้องขาย BTC ออกไปตามกลไก ETF อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ลอยอยู่ในชุมชนคริปโต ส่วนใหญ่อ้างว่า BlackRock “ทิ้ง” BTC มูลค่า $46 ล้าน ซึ่ง Crypto News Hunters รายงานว่า “BlackRock ขาย Bitcoin มูลค่า $45,970,000” ขณะที่ข้อมูลจริงจากแหล่งตรวจสอบระบุว่าเป็น $38.3 ล้าน
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือ บริบท เพราะแค่สัปดาห์ก่อนหน้า (9-13 มีนาคม 2026) IBIT เพิ่งดูดเงินเข้ากว่า $600 ล้าน คิดเป็น 78% ของเงินไหลเข้าสุทธิทั้งหมดของ Bitcoin ETF ในสัปดาห์นั้น ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 IBIT ยังคงถือครอง Bitcoin อยู่ 784,062 BTC ดังนั้น $38 ล้านที่ไหลออกเมื่อเทียบกับพอร์ตทั้งหมด ถือว่าเป็นเศษเสี้ยวที่เล็กมาก
Danny Daily Note ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า “เงินไหลออกจาก IBIT อาจเป็นแค่การสลับเครื่องมือการลงทุน ไม่ใช่การถอนเงินออกจากคริปโต ความแตกต่างระหว่างเงินไหลออกจากผลิตภัณฑ์หนึ่งกับการถอนตัวจากสินทรัพย์ทั้งประเภท สำคัญกว่าตัวเลขที่เห็นในพาดหัวมาก”
Mayer Multiple แตะ 0.675 ซึ่งต่ำกว่าจุดวิกฤตปี 2018

Mayer Multiple เป็นเครื่องมือวัดมูลค่าที่เปรียบเทียบราคา Bitcoin ปัจจุบันกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average) หากค่าต่ำกว่า 1.0 หมายความว่าราคาอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และหากต่ำกว่า 0.8 ถือว่าอยู่ในโซน “ด้อยค่าอย่างรุนแรง”
ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026 Mayer Multiple ของ Bitcoin อยู่ที่ 0.675 ซึ่งจัดอยู่ใน “โซนสะสมที่ดี” (Undervalued – Good accumulation zone) ตามนิยามของเครื่องมือนี้ บางแหล่งข้อมูลระบุค่าไว้ที่ 0.75 ซึ่งแม้จะต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งสองค่าก็ยืนยันภาพเดียวกัน นั่นคือ Bitcoin อยู่ในโซนที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอย่างชัดเจน
เพื่อให้เห็นภาพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Mayer Multiple เคยดิ่งลงไปถึง 0.65 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 0.8 ที่บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะขายเกิน และเป็นระดับเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 ที่ตลาดคริปโตพังทลาย Charles Edwards นักวิเคราะห์จาก Capriole ระบุว่า Mayer Multiple ที่ลดลงมาถึงระดับ 0.6 นั้นไม่ค่อยเกิดขึ้น และในอดีตมักจะตรงกับจุดซื้อที่น่าสนใจที่สุดจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ Bitcoin แม้ว่าราคายังมีโอกาสลดลงได้อีก
ข้อมูลในอดีตยืนยันว่าเมื่อ Mayer Multiple ต่ำกว่า 0.8 มันมักจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ แต่ต้องเตือนด้วยว่า “ราคาต่ำกว่ามูลค่า” ไม่ได้แปลว่า “ราคาจะขึ้นทันที” ในปี 2022 ค่าที่คล้ายกันเคยเกิดขึ้นแล้วราคายังลงต่ออีกหลายเดือนก่อนจะกลับตัวจริง
ทำไม BlackRock ไม่ได้ “ถอย” จากคริปโตอย่างที่คุณคิด

ถ้ามองแค่ตัวเลข $38 ล้านที่ไหลออกจาก IBIT คุณอาจคิดว่า BlackRock กำลังหมดศรัทธากับ Bitcoin แต่ถ้าซูมออกมาดูภาพใหญ่ จะเห็นว่าบริษัทนี้กำลังขยายอาณาจักรคริปโตอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 BlackRock เพิ่งเปิดตัว iShares Staked Ethereum Trust ETF (ETHB) บน Nasdaq ซึ่งเป็นกองทุน Crypto ETF ตัวที่สามต่อจาก IBIT (Bitcoin) และ ETHA (Spot Ethereum) กองทุนนี้เริ่มต้นด้วยสินทรัพย์ $107 ล้าน จะนำ Ethereum ที่ถือครอง 70-95% ไป Staking และจ่ายผลตอบแทนให้นักลงทุนเป็นรายเดือน
ยิ่งกว่านั้น ในวันที่ 20 มีนาคม 2026 ตามเวลาไทย (เวลาในสหรัฐฯ คือช่วงค่ำของวันที่ 19 มีนาคม) BlackRock ยังโอน Bitcoin 544 BTC และ Ethereum 47,728 ETH รวมมูลค่ากว่า $140 ล้าน ไปยัง Coinbase Prime ซึ่ง The Crypto Masters ตั้งข้อสังเกตว่า “อาจเป็นการปรับสมดุลพอร์ต อาจเป็นการจัดตำแหน่ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้ถอยจากคริปโตท่ามกลางความกลัวสุดขีด พวกเขากำลังเข้ามาเต็มตัว”

Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ยังออกมากล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าความต้องการของนักลงทุนสำหรับ Crypto ETF ยังคงมุ่งเน้นไปที่ Bitcoin และ Ethereum อย่างท่วมท้น โดย Bitcoin มีส่วนแบ่งตลาดคริปโตราว 60% นอกจากนี้ BlackRock ยังมีกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคน (BUIDL) ที่มีมูลค่ากว่า $2.18 พันล้าน และถูกลิสต์บน Uniswap สำหรับนักลงทุนสถาบัน
ถามตัวเองตรง ๆ บริษัทที่กำลัง “ถอยจากคริปโต” จะเปิดตัว Staking ETF ตัวใหม่ จะโอนคริปโต $140 ล้านเข้า Coinbase Prime และจะทุ่มเงินกว่า $2 พันล้านในสินทรัพย์แบบโทเคนพร้อมกันหรือ?
สถาบันกำลังเขย่ารายย่อยออก หรือแค่ปรับพอร์ต?
นี่คือหัวใจของเรื่อง เมื่อดัชนีอารมณ์ตลาด (Fear & Greed Index) อยู่ในโซน “ความกลัวสุดขีด” (Extreme Fear) และข่าวที่ลอยอยู่ในฟีดทุกคนคือ “BlackRock เทขาย Bitcoin” นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากมีแนวโน้มจะตื่นตกใจและขายตาม
แต่ลองดูข้อเท็จจริงประกอบกัน
- IBIT มีเงินไหลออก $38 ล้าน แต่สัปดาห์ก่อนหน้ามีเงินไหลเข้า $600 ล้าน ยอดไหลออกคิดเป็นแค่ 6% ของยอดไหลเข้าสัปดาห์ก่อน
- BlackRock โอนคริปโตมูลค่า $140 ล้านไป Coinbase Prime ในวันเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นการเตรียมสภาพคล่องสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ใช่การขายออก
- BlackRock เพิ่งเปิดตัว Staking ETF ตัวใหม่ แสดงว่ากำลังขยายการเข้าถึงตลาดคริปโต ไม่ใช่หดตัว
- Mayer Multiple อยู่ที่ 0.675-0.75 ซึ่งในอดีตมักจะตรงกับจุดสะสมที่ดีที่สุด

Patrick Mahomes ตั้งคำถามใน X ว่า “BlackRock ขาย BTC? ผู้เล่นรายใหญ่ไม่เคลื่อนไหวโดยไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการกระจาย การปรับสมดุล หรือเตรียมแผนรอบถัดไป ต้องจับตาให้ดี”
และนี่คือประเด็นที่น่าสนใจ Morgan Stanley ซึ่งเป็นสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อีกราย กำลังเตรียมเข้าสู่ตลาด Bitcoin อย่างจริงจัง โดย Roundtable Network รายงานว่า CEO ของ Strategy กล่าวว่าการเข้าสู่ตลาด Bitcoin ของ Morgan Stanley อาจมีขนาดใหญ่กว่า Bitcoin ETF ของ BlackRock ถึง 3 เท่า
ขณะที่ Danny Daily Note ชี้ว่า “ตลาด RWA (Real World Assets) เพิ่งแตะ $27 พันล้าน BlackRock มีพันธบัตรแบบโทเคนอยู่แล้ว $2 พันล้าน ตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่า $80 ล้านล้าน แค่ 1% เข้ามาในบล็อกเชนก็สามารถดันตลาดคริปโตได้ 3 เท่า”
บทเรียนจากประวัติศาสตร์ เมื่อ “ความกลัว” กลายเป็น “โอกาส”

มองย้อนกลับไปในอดีต ทุกครั้งที่ Mayer Multiple ดิ่งลงต่ำกว่า 0.8 มันมักจะเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกคนกลัว สื่อพาดหัวว่า Bitcoin ตายแล้ว และนักลงทุนรายย่อยแห่ขายตัดขาดทุน แต่ย้อนดูกราฟ จุดเหล่านั้นมักกลายเป็นโซนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดสำหรับคนที่กล้าเข้าซื้อ
แต่ต้องพูดตรง ๆ ด้วยว่า ข้อกล่าวอ้างที่ลอยอยู่ในโซเชียลว่า “ซื้อตอน Mayer Multiple ต่ำกว่า 0.8 แล้วจะได้ผลตอบแทน 300% ขึ้นไปภายใน 18 เดือน” นั้น ไม่สามารถยืนยันได้จากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แม้ว่าข้อมูลในอดีตจะชี้ว่า Mayer Multiple ต่ำกว่า 0.8 เป็นโซนสะสมที่ดี แต่ตัวเลขผลตอบแทนเฉพาะเจาะจงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะ “อดีต” ไม่ได้การันตี “อนาคต”
นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า Mayer Multiple ที่ต่ำมากอาจคงอยู่ได้นาน โดยอ้างถึงปี 2022 ที่ราคาสินทรัพย์ลดลงอีกหลังจากค่า Mayer Multiple ต่ำแล้ว แต่สำหรับคนที่อดทนรอ จุดเหล่านั้นก็กลายเป็นจุดเข้าที่ดีเมื่อมองในระยะยาว
#83 MIAMI HEAT BAM BAM เตือนไว้ใน X อย่างตรงไปตรงมาว่า “หลายคนสบายใจว่า $60,000-$48,000 เป็นราคาที่สมเหตุสมผล แต่ตลาดขาลงไม่ทำอะไรที่สมเหตุสมผล มันทำสิ่งที่คาดไม่ถึง จนคนเริ่มตั้งคำถามว่า Wall Street โกหกหรือเปล่า BlackRock กำลังถอยจากคริปโตหรือเปล่า คุณอาจต้องเห็นข่าวลือแบบนั้นก่อน” ซึ่งนี่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกรอบของตลาด
สัญญาณที่ต้องจับตา ก่อนตัดสินใจ

สำหรับนักลงทุนชาวไทยที่กำลังดูอยู่ มีสัญญาณหลายอย่างที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
ประการแรก ดูยอดเงินไหลเข้า-ออก IBIT แบบรายสัปดาห์ ถ้าเงินไหลออกต่อเนื่องเกิน $100 ล้านต่อวันติดต่อกันหลายวัน นั่นจะเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ แต่ $38 ล้านในวันเดียว ท่ามกลางสัปดาห์ที่เพิ่งมีเงินไหลเข้า $600 ล้าน ยังไม่ใช่สัญญาณอันตราย ตามที่ HeTalksFinance ให้ความเห็นว่า “เงินไหลออกน้อย ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ถ้าเราเห็นเงินไหลออกเกิน $100 ล้านต่อวันติดต่อกัน นั่นแหละคือจุดที่ต้องคุยกันจริงจัง”
ประการที่สอง ติดตาม Mayer Multiple หากลดลงต่ำกว่า 0.6 จะเป็นระดับที่เกิดขึ้นน้อยมากในประวัติศาสตร์ และอาจหมายถึงทั้งโอกาสครั้งใหญ่หรือสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าสู่วิกฤตที่ลึกกว่าที่คาด
ประการที่สาม จับตาการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินรายใหม่ โดยเฉพาะ Morgan Stanley ที่กำลังเตรียมเข้าสู่ตลาด Bitcoin หากสถาบันขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่ม มันจะเปลี่ยนสมการอุปสงค์-อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ
ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเป็นรูปแบบเดิม ๆ ที่เกิดซ้ำทุกรอบในตลาดคริปโต ข่าว “สถาบันใหญ่ขาย” ลอยขึ้นมาในจังหวะที่ตลาดกลัวอยู่แล้ว นักลงทุนรายย่อยเห็นพาดหัวก็ตื่นตกใจขายตาม แล้วอีกไม่กี่เดือนราคาก็วิ่งขึ้นทิ้งคนที่ขายไปไกลลิบ
แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าให้กระโดดเข้าซื้อตอนนี้ทันที เพราะ Mayer Multiple ที่ต่ำไม่ได้แปลว่าราคาจะเด้งขึ้นพรุ่งนี้ มันอาจอยู่ในโซนนี้ได้อีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน อย่างที่เกิดในปี 2022
สิ่งที่ผมอยากให้นักลงทุนไทยทำคือ อย่าตัดสินใจจากพาดหัวข่าว ให้ดูข้อมูลจริง $38 ล้านที่ไหลออกจาก IBIT เทียบกับ $600 ล้านที่เพิ่งไหลเข้าสัปดาห์ก่อน มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พาดหัวข่าวพยายามจะบอก BlackRock ยังถือ Bitcoin อยู่กว่า 784,000 BTC ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังโอนคริปโต $140 ล้านเข้า Coinbase Prime
ถ้า BlackRock กำลังจะถอยจากคริปโตจริง ทำไมถึงเปิด Staking ETF ตัวใหม่? ทำไมถึงลงทุน $2 พันล้านในพันธบัตรแบบโทเคน? คำตอบอาจชัดเจนกว่าที่เราคิด พวกเขาไม่ได้ขาย พวกเขาแค่ปรับตำแหน่ง และในขณะที่พวกเขาปรับตำแหน่ง คนที่ตกใจขายออกไปคือคนที่กำลังยกของถูก ๆ ให้สถาบันเหล่านี้
แต่ผมต้องเน้นย้ำ นี่คือความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ตลาดอาจพิสูจน์ว่าผมผิดก็ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าให้ใครบอกให้คุณกลัว หรือบอกให้คุณโลภ จงดูข้อมูลด้วยตัวเอง แล้วตัดสินใจจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์
ภาพจาก AI
