bitkub-banner

Bitcoin ร่วงหลุด 68,000$-ดัชนีความกลัวดิ่งแตะระดับ 13 ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาของ Bitcoin ปรับตัวลดลงมาอยู่บริเวณ 67,700 ดอลลาร์สหรัฐหลังจากที่กราฟราคาทะลุหลุดรูปแบบ Descending triangle ลงมาอย่างรุนแรงท่ามกลางแรงเทขายที่ถาโถมเข้ามา
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนพลิกกลับเข้าสู่สภาวะ Extreme Fear อย่างเต็มรูปแบบโดยดัชนีความกลัวและความโลภดิ่งลงไปแตะระดับ 13 ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตระหนกขั้นสุดของตลาด
  • ปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้งส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันต่างพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

สภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจากสงครามและปัจจัยลบทางเศรษฐกิจระดับมหภาคได้ทำลายโครงสร้างทาง Technical ของ Bitcoin ลงอย่างหนัก แรงเทขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่เลือกจะลดความเสี่ยงและดึงเงินสดออกจากตลาด Crypto ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดยังไม่คลี่คลาย แรงกดดันในทิศทางขาลงนี้จะยังคงดำเนินต่อไปและอาจผลักให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่าเดิมได้ในระยะสั้น

ราคา Bitcoin ต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักจนร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ระดับ 67,727 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังถดถอย แม้ว่าเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ตลาดจะพอมีความหวังขึ้นมาบ้างหลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศระงับความขัดแย้งกับอิหร่านชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดการเจรจาทางการทูตขึ้น

แต่นักลงทุนในตลาดโลกก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าการหยุดยิงชั่วคราวนั้นมีความเปราะบางสูงมาก เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและคาดเดาได้ยาก ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยจึงตัดสินใจลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนอย่างเด็ดขาด โดยพากันดึงเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงแล้วหันไปหลบภัยในสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่มีความปลอดภัยมากกว่า

ภาพรวมของการเทขายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในตลาด Crypto เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงตลาดหุ้นดั้งเดิมด้วย โดยในการซื้อขายเมื่อวานนี้นักลงทุนต่างแสดงท่าทีหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างชัดเจน ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริการ่วงลงจนลบผลกำไรที่เคยทำได้ในช่วงต้นสัปดาห์ไปจนหมด ดัชนีหลักอย่าง Dow Jones และ S&P 500 โดนเทขายอย่างหนักและต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าก็แกว่งตัวอย่างรุนแรง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกและผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ

ผลจากความตื่นตระหนกทั้งหมดนี้ทำให้ดัชนี Crypto Fear & Greed ดิ่งลงมาอยู่ที่ระดับ 13 ซึ่งถือว่าเข้าสู่สภาวะ Extreme Fear หรือความกลัวสุดขีด ตามสถิติแล้วเมื่อดัชนีลงมาแตะระดับนี้มักจะหมายถึงการที่คนส่วนใหญ่ในตลาดเชื่อว่าราคา Bitcoin จะต้องลงไปลึกกว่านี้อีก จึงทำให้นักเทรดจำนวนมากยอมตัดใจขายขาดทุนเพื่อรักษาเงินต้นเอาไว้ ในสภาวะที่ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคเข้ามาครอบงำกระแสการเทรดแบบนี้ ความกลัวสุดขีดจะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงเทขายซ้ำซากและทำให้โอกาสที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้นทำได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น

เมื่อเจาะลึกไปที่กราฟราคา Bitcoin ในกรอบเวลา 15 นาที เราจะเห็นความเสียหายทางโครงสร้างทาง Technical ที่เกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน กราฟได้ก่อตัวเป็นรูปแบบ Descending triangle และทะลุแนวรับลงมาอย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้ Bitcoin พยายามอย่างหนักที่จะกลับขึ้นไปยืนเหนือ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ได้แต่ก็โดนสกัดไว้ด้วยแนวต้านที่แข็งแกร่ง จนในที่สุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 68,300 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นเหมือนปราการด่านสุดท้ายของฝั่ง Bull ก็พังทลายลง ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตสถานะ Long แบบโดมิโนและลากราคาให้ดิ่งลงมาหาแนวรับปัจจุบันที่ 67,724 ดอลลาร์สหรัฐ

สัญญาณทาง Technical ในระยะสั้นตอนนี้เทน้ำหนักไปฝั่ง Bear อย่างเต็มตัว เส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 และ 200 เกิดการตัดกันเป็น Death cross อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าฝั่งผู้ซื้อหมดแรงสู้แล้ว นอกจากนี้เครื่องมืออย่าง RSI ก็ดิ่งลึกลงไปอยู่ในโซน Oversold สะท้อนถึงแรงเทขายที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

หากมองในมุมของแนวโน้มขาลง ถ้าแนวรับที่เปราะบางบริเวณ 67,700 ดอลลาร์สหรัฐรับมือไม่ไหว ราคา Bitcoin อาจจะร่วงทะลุลงไปหาโซนสภาพคล่องด้านล่างที่ระดับ 66,000 ดอลลาร์สหรัฐได้เลย โดยมีข่าวความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หรือทิศทางขาลงของตลาดหุ้นดั้งเดิมเป็นตัวจุดชนวน แต่ในมุมกลับกัน ฝั่ง Bull ก็ยังพอมีความหวังจากการที่ราคาลงมาลึกจนเกิดภาวะที่คนขายเริ่มหมดแรง หากระดับ 67,700 ดอลลาร์สหรัฐสามารถยืนเป็นจุดต่ำสุดระยะสั้นได้ เราก็อาจจะได้เห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 68,300 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง ซึ่งการทวงคืนระดับนี้ให้ได้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการหยุดยั้งโมเมนตัมขาลงในตอนนี้

ที่มา: cryptonewsz


มุมมองส่วนตัวมองว่าจังหวะนี้ตลาดกำลังถูกควบคุมด้วยปัจจัยภายนอกแบบ 100% เลยครับ การที่กราฟหลุดแนวรับสำคัญบวกกับความกังวลเรื่องสงครามทำให้คนเทขายเพื่อลดความเสี่ยงกันหมด แม้ว่าสัญญาณ RSI จะบอกว่าเกิดภาวะ Oversold ซึ่งปกติมักจะมีลุ้นเด้งสั้นๆ แต่ในสภาวะที่ตลาดโดนปกคลุมด้วย Extreme Fear แบบนี้ การเด้งมักจะเป็นแค่การขึ้นไปเพื่อลงต่อ ตราบใดที่ข่าวสงครามยังไม่นิ่ง ใครที่คิดจะเข้าไปรับของหรือฝืนสวนเทรนด์ด้วยเลเวอเรจสูงๆ ตอนนี้ถือว่าเสี่ยงมาก การนั่งทับมือรอดูสถานการณ์ให้กราฟสร้างฐานใหม่ให้แข็งแรงก่อน น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและรักษาเงินทุนได้ดีที่สุดครับ