bitkub-banner

สภารัฐเคนทักกียอมถอย ถอดร่างกฎหมายห้ามรายย่อยถือ Bitcoin ด้วยตนเอง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ชุมชนคริปโตได้รับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ในการกดดันให้สภารัฐเคนทักกีถอด มาตรา 33 ออกจากร่างกฎหมาย HB 380 ก่อนถูกนำไปลงนาม
  • ร่างกฎหมายนี้ถูกแอบเพิ่มเข้ามาเพื่อบังคับให้ผู้ผลิต Hardware Wallet ต้องมีระบบกู้คืนรหัสผ่าน ซึ่งคัดต่อแนวคิดการกระจายอำนาจและ Self Custody
  • ชัยชนะครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนที่ทรงพลังไปยังรัฐอื่นๆ และประเทศต่างๆ ว่า การแอบลักลอบแก้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิ์ของผู้ใช้งานจะถูกต่อต้านอย่างหนัก

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีร่วมกันเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งใหญ่ หลังผนึกกำลังกับกลุ่ม Bitcoin Policy Institute กดดันให้ทางการรัฐเคนทักกีถอด มาตรา 33 ออกจากร่างกฎหมาย HB 380 ได้สำเร็จ โดยมาตราดังกล่าวเป็นข้อบังคับยัดไส้ที่สั่งให้ผู้ผลิต Hardware Wallet ต้องสร้างระบบกู้คืนรหัสผ่าน ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักการความปลอดภัยของการถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง ความสำเร็จในการต่อต้านครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของชุมชนคริปโต และยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานสำคัญที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้รัฐหรือประเทศอื่นๆ พยายามออกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้งานในอนาคต

ชาวคริปโตได้ฉลองชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่หลังจากที่สามารถสกัดกั้นไม่ให้กฎหมายที่จะบังคับให้ผู้ใช้ไม่สามารถถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วยตนเองถูกยับยั้งไม่ให้ผ่านการลงนาม

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เมื่อชาวคริปโตในรัฐเคนทักกีต่างพากันแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังพบว่ามีการแอบแทรกมาตรา 33 เข้าไปในร่างกฎหมาย HB 380 ซึ่งเดิมที มีวัตถุประสงค์เพียงควบคุมตู้ Bitcoin ATM เท่านั้น

มาตราดังกล่าวบังคับให้ผู้ผลิตกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ต้องมีระบบกู้คืนรหัสผ่าน ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง เนื่องจากจะทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการถูกเข้าถึงทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต

กลุ่มรณรงค์สิทธิ์ BPI จึงได้ส่งจดหมายด่วนเพื่อชี้แจงถึงอันตรายและเรียกร้องให้สมาชิกสภาตัดมาตรา 33 ออกจากร่างกฎหมายทันทีก่อนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อลงมติ

ผลสรุปคือ มาตรา 33 ได้ถูกถอดออกจากร่างกฎหมายก่อนที่จะเสนอให้ผู้ว่าการรัฐลงนามบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของชาวคริปโต และเป็นการตอกย้ำว่าทำไมการกระจายอำนาจไม่รวมศูนย์กลางถึงสำคัญและควรค่าแก่การปกป้อง

ความสำเร็จของ Bitcoin Policy Institute ที่สามารถกดดันจนร่างกฎหมายถูกถอนออกได้นั้น ยังสะท้อนให้เห็นว่า การออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องอย่างเปิดเผยและทำให้ทั่วโลกรับรู้ ยังคงเป็นวิธีการที่ได้ผล แม้จะเป็นการต่อสู้กับรัฐบาลระดับรัฐก็ตาม

ที่สำคัญไปกว่านั้น รัฐอื่น ๆ ในอเมริกาที่กำลังจะทำกฎหมายคล้ายกันจะเห็นตัวอย่างนี้ชัดเจนว่าการพยายามแอบใส่ยัดไส้กฎหมาย จะถูกจับได้แและล้มเหลวทำให้หน่วยงานต่างๆ อาจล้มเลิกความคิดเหล่านี้ และเมื่อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุด ปกป้องแนวคิด self-custody จะเป็นแรงกดดันให้ประเทศอื่น ๆ ต้องฉุกคิดก่อนทำกฎหมายที่จำกัดสิทธิ์ผู้ใช้  


มุมมองผู้เขียน: วลีที่ว่า Not your keys not your coins ยังคงเป็นสิ่งที่ชาวคริปโตทุกคนควรที่จะระลึกไว้ถึงเสมอ การที่กฎหมายบังคับให้ทุกคนต้องไปใช้ตัวแทนรับฝากสินทรัพย์โดยอ้างความปลอดภัย ก็ไม่ต่างอะไรกับการนำเงินไปฝากธนาคารตามปกติ แล้วเราจะมีคริปโตเคอร์เรนซีไปเพื่ออะไรถ้าสุดท้ายแล้วอิสรภาพที่เรามีเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น