bitkub-banner

รัฐบาลอังกฤษขาดทุนบนกระดาษ $3.5 พันล้าน หลัง BTC ร่วงจากจุดสูงสุด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระเป๋าเงิน Bitcoin ของรัฐบาลอังกฤษสูญเสียมูลค่าบนกระดาษไปราว $3.5 พันล้าน นับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2568 หลังราคา BTC ดิ่งลงจากจุดสูงสุดเกิน $126,000
  • ปัจจุบันรัฐบาลอังกฤษถือ Bitcoin อยู่ 61,245 BTC มูลค่ารวมประมาณ 4,110 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 4 ผู้ถือ BTC รายใหญ่สุดของโลก
  • รัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณาว่าจะขาย Bitcoin ที่ยึดมาได้เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ หรือเก็บไว้เป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นเพียงการรายงานการเปลี่ยนแปลงมูลค่าบนกระดาษของ Bitcoin ที่รัฐบาลอังกฤษถือครองอยู่ ไม่ใช่การขายจริง จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาตลาด อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจขาย Bitcoin ทั้งหมดเพื่อชดเชยงบประมาณ อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้นได้

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph กระเป๋าเงิน Bitcoin ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้สูญเสียมูลค่าบนกระดาษไปแล้วราว $3.5 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดเกิน $126,000 ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Arkham ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลอังกฤษถือ Bitcoin อยู่ทั้งหมด 61,245 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4,110 ล้านดอลลาร์ที่ราคา BTC ปัจจุบัน ($67,164) ทำให้อังกฤษยังคงเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก

https://x.com/Cointelegraph/status/2040647731337625728
ภาพสกรีนช็อตจาก Arkham Intelligence แสดงพอร์ตคริปโตของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งมี Bitcoin จำนวน 61.245K BTC มูลค่า 4.11 พันล้านดอลลาร์
ภาพสกรีนช็อตจาก Arkham Intelligence แสดงพอร์ตคริปโตของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งมี Bitcoin จำนวน 61.245K BTC มูลค่า 4.11 พันล้านดอลลาร์ (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ที่มาของ Bitcoin กองโตในมือรัฐบาลอังกฤษ

Bitcoin ทั้ง 61,245 เหรียญที่รัฐบาลอังกฤษถือครองอยู่นี้ ไม่ได้มาจากการซื้อในตลาด แต่มาจากการยึดทรัพย์ในคดีอาชญากรรม โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสืบสวนคดีฉ้อโกงแบบ Ponzi ของจีนที่เกี่ยวข้องกับ Zhimin Qian หรือที่รู้จักในนาม Jian Wen ซึ่งทางการอังกฤษสามารถยึด Bitcoin ได้ราว 61,000 BTC ในปี 2561 หน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สินเหล่านี้ ได้แก่ National Crime Agency (NCA), Crown Prosecution Service (CPS) และ Her Majesty’s Revenue and Customs (HMRC)

เมื่อช่วงปลายปี 2567 มูลค่าของ Bitcoin ในมือรัฐบาลอังกฤษเคยพุ่งสูงเกิน 6 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ยังมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 6,290 ล้านดอลลาร์ แต่หลังจากราคา BTC ดิ่งลงจากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2568 ที่เคยแตะเกิน $126,000 มาอยู่ที่ $67,164 ในปัจจุบัน มูลค่าพอร์ตจึงหายไปกว่า $3.5 พันล้านบนกระดาษ

ขายหรือเก็บ คำถามที่รัฐบาลอังกฤษยังตัดสินใจไม่ได้

แม้มูลค่าจะลดลงไปมาก แต่รัฐบาลอังกฤษยังไม่ได้ขาย Bitcoin แต่อย่างใด ล่าสุดมีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะขายทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อนำเงินมาอุดช่องว่างการขาดดุลงบประมาณของประเทศ หรือจะเลือกเก็บไว้เป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ตามแนวทางที่หลายประเทศกำลังพิจารณาอยู่ นอกจากนี้ยังมีกระบวนการทางกฎหมายที่ยังดำเนินอยู่ เพื่อพิจารณาว่าควรคืนทรัพย์สินส่วนใดให้กับผู้เสียหายจากการฉ้อโกงด้วย

กรณีของอังกฤษสะท้อนให้เห็นความท้าทายที่รัฐบาลทั่วโลกต้องเผชิญเมื่อถือครอง Bitcoin จากการยึดทรัพย์ เพราะหากเก็บไว้นานเกินไป ราคาที่ผันผวนอาจทำให้มูลค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหมือนกรณีของรัฐบาลเยอรมันที่เคยขาย Bitcoin จำนวนมากออกสู่ตลาดในปี 2567 ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นในภายหลัง ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานเรื่องนี้ไว้ใน รัฐบาลเยอรมันเทขาย Bitcoin เพิ่มอีก 5,000 BTC


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มันเป็นอีกตัวอย่างของความย้อนแย้งในโลกคริปโต รัฐบาลที่ยึด Bitcoin มาจากอาชญากร กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ถือ BTC รายใหญ่ที่สุดของโลกโดยไม่ได้ตั้งใจ และตอนนี้ต้องนั่งลุ้นราคาเหมือนนักลงทุนทั่วไปทุกคน การขาดทุนบนกระดาษ $3.5 พันล้านฟังดูน่าตกใจ แต่ต้องจำไว้ว่านี่คือทรัพย์ที่ได้มาฟรีจากการยึดทรัพย์ ไม่ใช่เงินซื้อมา ดังนั้นแม้จะ “ขาดทุน” จากจุดสูงสุด แต่ก็ยังถือว่าได้กำไรมหาศาลเมื่อเทียบกับต้นทุนที่แทบเป็นศูนย์ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรัฐบาลอังกฤษจะตัดสินใจขายออกมาหรือไม่ เพราะถ้าขายทั้งหมด 61,245 BTC พร้อมกัน แรงขายนั้นจะส่งผลกระทบต่อตลาดแน่นอน

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI