สรุปข่าว
- ราคา ETH ดีดตัวขึ้นกว่า 4.07% แตะ $2,134.54 ในวันที่ 6 เม.ย. 2569 โดยจุดสูงสุดรายวันอยู่ที่ $2,138.8 และจุดต่ำสุดอยู่ที่ $2,024.21
- สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เปิดช่องการปรับนโยบาย ประกอบกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลก
- ETH ยังคงซื้อขายอยู่ภายในกรอบ 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จับตาว่าการดีดตัวรอบนี้จะกลายเป็นแรงส่งทะลุแนวต้านบนของกรอบได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การดีดตัวครั้งนี้สะท้อนว่าความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาในระยะสั้น แต่ ETH ยังต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการยืนเหนือแนวต้านบนของกรอบที่ซื้อขายมาหลายสัปดาห์ ปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นพร้อมกับการดีดตัวเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น
ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวพุ่งขึ้นกว่า 4.07% มาแตะ $2,134.54 ในวันที่ 6 เม.ย. 2569 โดยในช่วงกลางวันราคาขึ้นไปสัมผัสจุดสูงสุดรายวันที่ $2,138.8 ก่อนจะทรงตัว การดีดตัวรอบนี้เกิดขึ้นหลังจาก ETH แกว่งตัวอย่างแคบในกรอบ $2,050 ถึง $2,130 มาร่วม 10 วัน ปริมาณซื้อขายรายวันอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดตื่นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ของ ETH อยู่ที่ 2.58 แสนล้านดอลลาร์

น่าสังเกตว่าการขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ETH ผ่านช่วง 10 วันที่ปริมาณซื้อขายหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ตลาดกำลังเก็บแรงเพื่อออกในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และการดีดตัว 4% ในวันเดียวก็เป็นสัญญาณว่าพลังงานที่สะสมไว้กำลังปลดปล่อยออกมาในฝั่งขาขึ้น
ภาพรวมมหภาค ความเสี่ยงที่ผ่อนคลายและสัญญาณจากเฟด
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกถูกกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความกังวลเรื่องการกลับมาของเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ ภาพรวมเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง เมื่อมีสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เปิดโอกาสให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง หากตัวเลขเงินเฟ้อเดินหน้าในทิศทางที่ต้องการ
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตมีความอ่อนไหวสูงต่อทิศทางดอกเบี้ยเป็นพิเศษ เมื่อตลาดรับรู้ว่า Fed กำลังเปิดประตูให้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น เม็ดเงินมักไหลเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า รวมถึง Ethereum ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักของระบบนิเวศ DeFi และสินทรัพย์ดิจิทัล ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงในช่วงนี้ยังเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมให้คริปโตโดยรวมได้รับแรงซื้อมากขึ้นด้วย
สัญญาณออนเชนและอนุพันธ์ เจ้ามือเริ่มขยับ
ก่อนหน้าการดีดตัวครั้งนี้ มีสัญญาณที่น่าสนใจในตลาดอนุพันธ์ของ ETH โดยดอกเบี้ยเปิด (Open Interest) ในตลาดฟิวเจอร์เริ่มขยับขึ้นหลังจากหดตัวมาหลายสัปดาห์ ซึ่งสะท้อนว่ามีเงินใหม่ไหลเข้ามาในตลาด ไม่ใช่แค่สถานะเก่าที่ถูกปิด สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่าฝั่งผู้เล่นสถาบันและเจ้ามือเริ่มวางสถานะก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
ในส่วนของกระแสเงินบนเครือข่าย มีรายงานว่าปริมาณ ETH ที่ถูกโอนเข้ากระดานเทรดในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนหน้าลดลง ซึ่งหมายความว่านักลงทุนรายใหญ่ไม่ได้เตรียมเทขาย แต่กลับถือเก็บไว้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยการยืม (Funding Rate) ในตลาดฟิวเจอร์ยังคงแกว่งในระดับต่ำถึงกลาง ไม่ได้ร้อนแรงเกินไปจนน่ากังวล ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีสำหรับการขึ้นราคาที่มีฐานรองรับ
เทียบกับอดีต รูปแบบที่คุ้นเคยในวัฏจักรการฟื้นตัว
หากย้อนดูรูปแบบราคา ETH ในอดีต การที่ราคาร่วงหนักมากกว่า 55% จากจุดสูงสุด แล้วตามมาด้วยช่วง consolidation หลายสัปดาห์ก่อนดีดตัวขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวัฏจักรคริปโต ในช่วงปี 2018-2019 และช่วงกลางปี 2021 ETH ก็ผ่านรูปแบบคล้ายกัน ที่ราคาทรุดหนัก ฐานรองรับก่อตัว แล้วจึงเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือในอดีตบางช่วง การดีดตัวระหว่างกรอบ consolidation ก็ไม่ได้นำไปสู่การกลับตัวที่แท้จริงเสมอไป ตลาดเคยดีดขึ้นแรงแล้วกลับมาทดสอบจุดต่ำอีกครั้งก็มีให้เห็น บริบทของ ETH ในปัจจุบันคือราคายังอยู่กลางกรอบที่ก่อตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และยังห่างไกลจากจุดสูงสุดของรอบนี้ที่ $4,829 มากกว่า 55% ดังนั้นนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ถือตั้งแต่ช่วงยอดดอยยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขายได้หากราคาฟื้นตัวขึ้นอีก
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดีดตัว 4% ของ ETH รอบนี้มีความน่าสนใจมากกว่าการขึ้นแบบสุ่มทั่วไป เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากตลาดเงียบมาร่วม 10 วัน ปริมาณซื้อขายหดตัว และราคาแกว่งอยู่ในกรอบแคบมาก แบบนี้มักบ่งบอกว่ามีแรงซื้อสะสมอยู่ใต้ผิวน้ำก่อนการเคลื่อนไหว
แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครตื่นเต้นเร็วเกินไป เพราะ ETH ยังอยู่ในภาพระยะยาวที่เป็นขาลงมาตั้งแต่สิงหาคม 2568 สิ่งที่ผมจะจับตาในสัปดาห์หน้าคือว่าราคาจะยืนเหนือแนวต้านบนของกรอบได้หรือไม่ ถ้าทำได้ด้วยปริมาณซื้อขายที่แข็งแกร่ง นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่น่าตื่นเต้นจริงๆ แต่ถ้าราคาดีดขึ้นแล้วหมดแรงแล้วร่วงกลับ ก็จะเป็นรูปแบบซ้ำๆ ที่เราเห็นมาตลอดในช่วง 2 เดือนนี้
ภาพมหภาคเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดตอนนี้ ถ้า Fed ส่งสัญญาณชัดขึ้นเรื่องการลดดอกเบี้ย และดอลลาร์อ่อนต่อเนื่อง ETH มีโอกาสที่จะขยายแรงขึ้นได้ แต่ถ้าเงินเฟ้อกลับมาร้อนแรง นั่นอาจทำให้ทุกอย่างพลิกกลับได้ในพริบตา ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงนี้ไว้ให้ดี
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
