สรุปข่าว
- Bitcoin ทะลุ $72,000 รับข่าวหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้เกิดการล้างโพสิชันชอร์ตรุนแรงอย่างรวดเร็ว
- การล้างพอร์ตฝั่งชอร์ต มีมูลค่ามหาศาลกว่า 409 ล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง
- นักเทรดเจ็บหนักกว่า 1.2 แสนราย โดย BTC และ ETH เป็นสินทรัพย์ที่ถูกล้างพอร์ตสูงสุด
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ตลาดการเงินและคริปโตเคอร์เรนซีเกิดความผันผวนอย่างหนักในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมเจรจาหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ดันราคา Bitcoin พุ่งทะลุ $72,000 อย่างรวดเร็วและได้สร้างปรากฏการณ์ล้างพอร์ต มูลค่ารวมกว่า 409 ล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อนักเทรดกว่า 120,240 ราย โดยกระดานเทรด Hyperliquid มียอดล้างพอร์ตสูงสุดเป็นอันดับ 1 เนื่องจากนักลงทุนที่เปิด Long น้ำมันดิบเอาไว้ถูกบังคับขาย
เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ ตลาดคริปโตและตลาดทุนทั่วโลกได้ประสบกับความผันผวนอย่างรุนแรงหลังจากที่ สหรัฐฯ และ อิหร่าน ได้มีการหารือที่จะเจรจาหยุดยิงเป็นการชั่วคราว 2 อาทิตย์ ส่งผลทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงทะลุ $72,000
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลทำให้นักเทรดที่เดิมพันในฝั่งโพสิชันชอร์ตถูกบังคับขายเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลจาก Coinglass เผยให้เห็นว่าในเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมง มีการล้างพอร์ตไปกว่า $409 ล้านดอลลาร์ หรือ $600 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมง

สำหรับเหรียญที่มีการล้างชอร์ตมากที่สุดในวันนี้ตกเป็นของ Bitcoin คิดเป็นมูลค่ากว่า $247.28 ล้านในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามด้วย Ethereum $125.85 ล้าน แต่ลำดับที่ 3 กลับเป็นการล้างพอร์ตฝั่ง Long ของนักลงทุนที่เดิมพันกับน้ำมันดิบบน Hyper liquid และในวันนี้มีนักเทรดเสียหายแล้วกว่า 120,240 ราย
ในฝั่งของกระดานเทรด Hyperliquid กลายเป็นแพลตฟอร์มเบอร์หนึ่งที่มีการล้างพอร์ตมากที่สุดคิดเป็นมูลค่ากว่า $204 ล้าน ตามด้วย Binance และ Bybit
ปัจจุบัน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ในระดับราคา $71,531.17 พุ่งขึ้น 4.1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เช่นเดียวกับทองคำที่พุ่งขึ้นมา 2% ส่วนน้ำมันดิบ (CL) ร่วงลงมากว่า 15%
มุมมองผู้เขียน : เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากว่า Hyperliquid ได้มียอดล้างพอร์ตพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงหน้ากระดานเทรดแบบดั้งเดิมอย่าง Binance บ่งชี้ว่านักลงทุนคริปโตเริ่มหันมาเทรดสินทรัพย์โลกจริง (RWA) บนแพลตฟอร์ม DeFi มากขึ้น แทนที่จะลงทุนในคริปโตตามปกติ แสดงว่าตลาดยังคงไม่กลับมาสนใจคริปโตอย่างจริงจังแต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมกันระหว่างตลาดการเงินดั้งเดิมและโลกคริปโตที่แนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ
