bitkub-banner

ผู้ก่อตั้ง Aave บริจาค 5,000 ETH หนุน DeFi United หลัง KelpDAO ถูกแฮก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave ยืนยันบริจาค ETH ส่วนตัว 5,000 เหรียญ (ราว $11.6 ล้าน) เข้าโครงการ DeFi United เพื่อเสริมสภาพคล่องหลัง KelpDAO ถูกแฮกเมื่อ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา
  • DeFi United เป็นโครงการที่ Aave ริเริ่มเพื่อชดเชยส่วนขาดดุลของ rsETH ซึ่งรวมแล้วเกิน 100,000 ETH โดยมี Lido Finance ร่วมสมทบสูงสุด 2,500 stETH (ราว $5.7 ล้าน) และ Aave ได้ระงับการใช้งาน rsETH บนเครือข่ายหลักหลายแห่งชั่วคราว
  • ต้องจับตาว่าพาร์ทเนอร์รายอื่นจะร่วมสมทบมากน้อยแค่ไหน และการแก้ไขปัญหาส่วนขาดดุล rsETH จะเสร็จสิ้นเร็วพอที่จะฟื้นความเชื่อมั่นในตลาด DeFi หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การบริจาค ETH ส่วนตัวของ Kulechov สะท้อนความมุ่งมั่นของผู้นำในวงการ DeFi แต่ตัวเลข 5,000 ETH ยังห่างไกลจากส่วนขาดดุลกว่า 100,000 ETH มาก จึงไม่น่าส่งผลโดยตรงต่อราคา ETH หรือ AAVE อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ผลกระทบที่แท้จริงขึ้นอยู่กับว่าโครงการ DeFi United จะระดมทุนจากพาร์ทเนอร์รายอื่นได้เพียงพอหรือไม่

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Cointelegraph Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งโปรโตคอล Aave ได้ยืนยันการบริจาค ETH ส่วนตัวจำนวน 5,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว $11.6 ล้านที่ราคาปัจจุบัน เข้าสู่โครงการ DeFi United โดยระบุว่า “Aave คือผลงานตลอดชีวิตของผม และเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้” การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 5 วันหลัง KelpDAO ถูกเจาะระบบเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ส่งผลให้เกิดส่วนขาดดุลของโทเคน rsETH (โทเคน Restaking ของ Kelp DAO) ที่รวมแล้วเกิน 100,000 ETH

สกรีนช็อตทวีตของ Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave ที่ประกาศบริจาค 5,000 ETH ให้กับ DeFi United เพื่อสนับสนุนผู้ใช้และฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาด
สกรีนช็อตทวีตของ Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave ที่ประกาศบริจาค 5,000 ETH ให้กับ DeFi United เพื่อสนับสนุนผู้ใช้และฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาด (ภาพจาก: @Cointelegraph)

DeFi United คืออะไร และใครร่วมสนับสนุนบ้าง

DeFi United เป็นโครงการที่ Aave ริเริ่มขึ้นเพื่อรับมือกับส่วนขาดดุลที่เกิดจากการเจาะระบบ KelpDAO โดยมีเป้าหมายชดเชยมูลค่า rsETH ที่หายไปและฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาด นอกจาก Kulechov ที่ควักเงินส่วนตัวออกมาแล้ว Lido Finance ก็เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์รายแรก โดยมุ่งมั่นสมทบสูงสุด 2,500 stETH หรือราว $5.7 ล้าน เพื่อช่วยลดผลกระทบ

ในขณะเดียวกัน ทีมผู้ให้บริการของ Aave ได้ตัดสินใจระงับการใช้งาน rsETH reserves บนเครือข่ายหลักหลายแห่งไว้ก่อนชั่วคราว ทั้ง Ethereum, Arbitrum, Base, Mantle และ Linea เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจขยายตัวออกไปก่อนที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไข ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 เม.ย. Arbitrum Security Council ยังสามารถกู้คืนทรัพย์สิน ETH ได้ราว $70 ล้านอีกด้วย

สัญญาณของผู้นำที่พร้อมเอาเงินตัวเองเข้ารับผิดชอบ

การที่ Kulechov นำ ETH ส่วนตัวออกมาสนับสนุนโครงการนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงท่าทีเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ในเดือน ธ.ค. 2568 เขาเคยกล่าวว่า “นี่คือผลงานตลอดชีวิตของผม และผมกำลังลงทุนด้วยทุนของตัวเองเพื่อยืนยันความเชื่อมั่น” ในบริบทของการซื้อโทเคน AAVE มูลค่า $15 ล้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นรูปแบบพฤติกรรมที่สม่ำเสมอของผู้นำคนนี้ในการใช้ทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อหนุนระบบนิเวศที่ตัวเองสร้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า 5,000 ETH ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนขาดดุลกว่า 100,000 ETH ความสำเร็จของ DeFi United จึงขึ้นอยู่กับว่าโปรโตคอลและสถาบันอื่นๆ ในวงการ DeFi จะเข้าร่วมสมทบมากน้อยแค่ไหนในช่วงเวลาต่อจากนี้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า JPMorgan ชี้ช่องโหว่ DeFi ฉุดความเชื่อมั่นสถาบัน หลัง KelpDAO ถูกแฮกเสียหาย $20M รวมถึง Aave ตลาดหลักถูกใช้งานเต็ม 100% ผู้ฝากถอนเงินไม่ได้ CertiK เตือนวิกฤตสภาพคล่อง ซึ่งเป็นบริบทสำคัญที่นำมาสู่การตั้งโครงการ DeFi United ในครั้งนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าท่าทีของ Kulechov ครั้งนี้น่าประทับใจในแง่ที่ผู้นำยอมเอาเงินส่วนตัวออกมารับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศของตัวเอง แต่ก็ต้องติดตามดูว่าโครงการ DeFi United จะสามารถดึงพาร์ทเนอร์รายใหญ่รายอื่นเข้าร่วมได้หรือเปล่า เพราะแค่ 5,000 ETH ของ Kulechov กับ 2,500 stETH ของ Lido ยังไม่เพียงพอที่จะปิดส่วนขาดดุล 100,000 ETH ได้ สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือมีโปรโตคอล DeFi รายใดประกาศเข้าร่วมเพิ่มเติมอีกบ้าง และไทม์ไลน์การแก้ปัญหาจะชัดเจนแค่ไหน ถ้าเรื่องนี้ยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ DeFi อาจได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาด

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI