bitkub-banner

Bitcoin ไม่สนข่าวทรัมป์ พุ่งทะลุ $79,000 ดันตลาดคริปโตเขียวยกแผง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในช่วงเช้า โดยทำสถิติขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 79,500 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อย คิดเป็นการปรับตัวขึ้นกว่า 2.6%
  • การปรับตัวขึ้นรอบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก โดยตลาดแสดงท่าที เมินเฉยต่อข่าวลบระดับโลก ทั้งการลอบสังหารและข่าวสงคราม
  • การพุ่งขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เกิดการล้างพอร์ตในฝั่งนักลงทุนที่เปิดชอร์ตสูงถึง 177 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ภาพรวมของตลาดในวันนี้กลับมาสดใสรับสัปดาห์ใหม่

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ตลาดคริปโตเช้าวันนี้กลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อราคา Bitcoin พุ่งทะยานทะลุ 79,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 79,500 ดอลลาร์ก่อนจะพักตัวลงมาเล็กน้อย การปรับตัวในครั้งนี้เป็นผลมาจากแรงซื้อทางเทคนิคเป็นหลัก เนื่องจากตลาดเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองโลก ส่งผลทำให้ Altcoins อื่นๆ ส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์ปรับตัวขึ้นเป็นสีเขียวตามทิศทางของพี่ใหญ่

ราคาของ Bitcoin ได้พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในเช้าวันนี้ จนสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับราคา $79,000 ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นอย่างน่าประหลาดใจในสัปดาห์นี้

อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD ราคาได้มีการปรับตัวสูงขึ้นไปบริเวณ $79,500 ก่อนที่ราคาจะถูกปฏิเสธลงมาเล็กน้อยในเวลาไม่กี่นาทีถัดมา แต่ถึงอย่างนั้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็ถือว่า Bitcoin สามารถทะยานขึ้นมาได้มากกว่า 2.6%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ Bitcoin พุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้คาดว่าเป็นผลมาจากปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลักมากกว่าการเคลื่อนไหวตามข่าวสารการเมือง เพราะตลาดดูเหมือนว่าจะไม่สะทกสะท้านจากทั้งข่าวการลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงสุดสัปดาห์  ในขณะเดียวกัน การเจรจากับทางอิหร่านก็ยังไม่คืบหน้าและมีการยกเลิกการหารือไปแล้วในขณะนี้

ข้อมูลจาก Coinglass เผยให้เห็นว่านักลงทุนฝั่งชอร์ตเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ $177 ล้าน เมื่อเทียบกับฝั่ง long ที่ถูกล้างพอร์ตเพียง $34 ล้านเท่านั้น

ส่วนภาพรวมของตลาดคริปโตในวันนี้ ถือว่าเขียวสดใสกอดคอพากันขึ้นถ้วนหน้าแทบไม่มีเหรียญใดเลยที่มีการเคลื่อนไหวสวนทิศทางตลาด มีเพียงเหรียญ Stablecoin ทองคำและเหรียญบางโปรเจกต์เท่านั้นที่ยังไม่ปรับตัวขึ้นมาเป็นบวกแต่ก็ไม่ได้มีการย่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด


มุมมองผู้เขียน : มีความเป็นไปได้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางหรือความวุ่นวายทางการเมืองสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ยืดเยื้อมานานจนตลาดรับรู้ราคาไปหมดแล้ว และเมื่อความกังวลเดิมๆ ไม่สามารถกดดันให้เกิดแรงเทขายหนักๆ ได้อีกต่อไป อัลกอริทึมและกราฟเทคนิคจึงกลับมาเป็นคนคุมพวงมาลัยในการขับเคลื่อนทิศทางตลาดแทน จนกว่าจะมีความเคลื่อนไหวใหม่ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่นักเทรด