bitkub-banner

ผู้พัฒนา BONK ชี้โอกาสทำกำไรจาก Memecoin ใหม่ยากพอๆ กับการชนะพนันกีฬาสเต็ป 7 คู่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Nom ผู้ร่วมพัฒนาหลักของเหรียญ BONK ได้ขึ้นกล่าวในงาน Consensus Miami โดยเปรียบเทียบว่าโอกาสที่นักลงทุนจะทำกำไรจากการเทรด Memecoin เหรียญใหม่ๆ นั้นยากและมีความเสี่ยงสูงพอๆ กับการชนะพนันกีฬาแบบสเต็ป 7 คู่เลยทีเดียว
  • เขามองว่าทีมพัฒนา Memecoin ส่วนใหญ่มักขาดความมุ่งมั่นในการผลักดันโปรเจกต์ให้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่แท้จริงซึ่งการนำเหรียญเข้ากระดานเทรด การยื่นขอจัดตั้ง ETF และการวางโครงสร้างบริษัทมหาชนคือตัวชี้วัดสำคัญที่แยกระหว่างเหรียญที่จะอยู่รอดกับเหรียญที่ตั้งใจมาหลอกเอาเงินรายย่อย
  • BONK ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งจนบริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq อย่าง Bonk Holdings ทยอยเก็บสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องรวมถึงการที่ Tuttle Capital ได้ยื่นขออนุมัติ ETF แบบเลเวอเรจต่อ SEC ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงสู่โลกการเงินดั้งเดิม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

Nom ผู้ร่วมพัฒนาหลักของเหรียญ BONK ได้ขึ้นเวทีเสวนาในงาน Consensus Miami เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจว่าโอกาสและความน่าจะเป็นในการเทรด Memecoin โปรเจกต์ใหม่ๆ ให้ได้กำไรนั้นมีสัดส่วนที่ยากพอๆ กับการแทงพนันกีฬาแบบสเต็ป 7 คู่ให้เข้าเป้าทั้งหมด

เขาให้ความเห็นว่าทีมงานผู้สร้าง Memecoin ส่วนใหญ่มักจะขาดความอดทนและศักยภาพในการผลักดันโปรเจกต์ของตนให้ก้าวผ่านขั้นตอนด้านกฎระเบียบที่ถูกต้อง โดยชี้ให้เห็นว่าการนำเหรียญเข้าจดทะเบียนในกระดานเทรด การยื่นขอจัดตั้งกองทุน ETF และการปรับโครงสร้างเป็นบริษัทมหาชน คือเส้นแบ่งที่ชัดเจนที่สุดระหว่างโทเคนที่ถูกสร้างมาเพื่ออยู่รอดในระยะยาวกับโทเคนที่ถูกสร้างมาเพื่อสูบเงินจากนักลงทุนรายย่อย

นอกจากนี้เขายังเสริมว่าวงการ Crypto สร้างระบบที่เก่งกาจมากในการดึงดูดทราฟฟิกแบบฉาบฉวย ไม่ว่าจะเป็นระบบสะสมแต้มหรือฟาร์ม Airdrop ซึ่งมักจะดึงดูดกลุ่มทุนที่หวังเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ระยะสั้น ก่อนที่กิจกรรมบนเครือข่ายจะพังทลายลงในสัปดาห์ถัดมา

แต่สำหรับ BONK นั้นสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านี้มาได้แล้ว ปัจจุบันบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq อย่าง Bonk Holdings ซึ่งรีแบรนด์มาจากบริษัทเครื่องดื่ม Safety Shot เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ได้ถือครองอุปทานหมุนเวียนของ BONK อยู่ประมาณ 2.7% และมีเป้าหมายที่จะสะสมเหรียญให้มีมูลค่าแตะ 115 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026

ยิ่งไปกว่านั้น Tuttle Capital ก็ได้ยื่นเอกสารต่อ SEC เพื่อขออนุมัติกองทุน BONK ETF แบบเลเวอเรจ 2x เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ TenX Protocols ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ TSX Venture Exchange ก็ได้จัดสรรเงินคงคลังของบริษัทมาลงทุนในเหรียญนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเช่นกัน

หากย้อนกลับไป BONK ถูกเปิดตัวในวันคริสต์มาสปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากการล่มสลายของ FTX ในตอนนั้นราคา Solana ร่วงลงไปต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ และนักพัฒนาส่วนใหญ่ต่างตั้งคำถามว่าเครือข่ายจะรอดหรือไม่ แต่ BONK กลับเลือกที่จะแจกจ่าย Airdrop ให้กับผู้ถือครอง NFT นักพัฒนา และกระเป๋าเงินที่มีความเคลื่อนไหว โดยไม่มีการขายพรีเซล ไม่มีการระดมทุนจากกลุ่มทุน และไม่มีแม้แต่ Whitepaper

Nom อธิบายว่าจุดประสงค์หลักในตอนนั้นคือการเน้นกระจายเหรียญให้เข้าถึงผู้คนมากที่สุด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและมอบเป้าหมายให้กับนักพัฒนา Solana ในช่วงที่ตลาดซบเซาอย่างหนัก

ปัจจุบันระบบนิเวศของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมีทั้ง LetsBonk.fun ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มปล่อย Memecoin บน Solana ที่สามารถทำปริมาณการซื้อขายรายเดือนแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Pump.fun ไปได้เมื่อช่วงต้นปี รวมถึงยังมี BonkBot สำหรับเทรดบน Telegram และมีฐานผู้ใช้งานกว่าหนึ่งล้านกระเป๋า

เมื่อถูกถามว่าชุมชนที่เตรียมจะระเบิดฟอร์มเป็นรายต่อไปจะมาจากไหน Nom ตอบว่ามันจะก่อตัวขึ้นจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามในตอนนี้ โดยเขาระบุว่าเครือข่าย TON และโปรเจกต์ที่สร้างขึ้นบน Telegram คือเป้าหมายที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุดแล้ว การที่บริษัท BNKK จะสามารถทำตามเป้าหมายสะสมเหรียญให้ถึง 115 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ และกองทุน ETF แบบเลเวอเรจของ Tuttle จะผ่านการอนุมัติจาก SEC หรือเปล่า จะเป็นสองสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่ช่วยพิสูจน์ว่าแนวคิดการเป็นสะพานเชื่อมโยงสู่โลกการเงินดั้งเดิมของ Nom จะสามารถเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่

ที่มา coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าทิศทางของ BONK ตอนนี้กำลังเดินตามรอยความสำเร็จแบบที่ Dogecoin หรือ Shiba Inu เคยทำไว้ครับ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือพวกเขากำลังพยายามผลักดันตัวเองเข้าสู่กรอบของกฎหมายและสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่างจริงจัง การที่มีบริษัทมหาชนใน Nasdaq เข้ามาถือครองเหรียญและมีการยื่นขอทำ ETF ถือเป็นการยกระดับ Memecoin ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตานักลงทุนสถาบัน สำหรับคนที่สนใจเทรดในกลุ่มนี้ การมองหาเหรียญที่มี Use Case ชัดเจนและมีโครงสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งจนสามารถเชื่อมต่อกับโลก TradFi ได้ จะปลอดภัยกว่าการกระโดดเข้าไปเล่นเหรียญเกิดใหม่ที่หวังแค่ปั่นราคาแล้วทิ้งครับ