สรุปข่าว
- Changpeng Zhao แนะนำผู้ใช้ Binance เปิดฟีเจอร์ “Withdraw Protection” ก่อนเดินทางไปประเทศเสี่ยง เพื่อป้องกันการถูกบังคับให้ถอนเงินคริปโต
- ฟีเจอร์ใหม่นี้สามารถล็อกการถอนเหรียญได้ 1–7 วัน แม้คนร้ายเข้าถึงบัญชีได้ก็ยังถอนเงินออกไม่ได้
- การเปิดตัวเกิดขึ้นท่ามกลางคดี “Wrench Attack” หรือการลักพาตัวเพื่อชิงคริปโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในยุโรปและเอเชีย
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Changpeng Zhao ออกมาเตือนนักลงทุนคริปโตให้ “ล็อกบัญชีล่วงหน้า” ก่อนเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุลักพาตัวชิงทรัพย์ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Binance ชื่อ “Withdraw Protection” ที่สามารถระงับการถอนเหรียญออกจากบัญชีได้ชั่วคราวนาน 1–7 วัน แม้คนร้ายจะบังคับให้เหยื่อล็อกอินบัญชีก็ยังถอนเงินออกไม่ได้
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา Changpeng Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ออกมาเตือนผู้ใช้งานให้ล็อกบัญชีล่วงหน้า ก่อนเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลักพาตัวชิงทรัพย์คริปโต พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ “Withdraw Protection” ที่สามารถระงับการถอนคริปโตออกจากบัญชีได้ชั่วคราว แม้บัญชีจะถูกเข้าถึงโดยคนร้ายก็ตาม
Binance ระบุว่า ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ระบบความปลอดภัยดิจิทัลไม่สามารถช่วยอะไรได้ เช่น การถูกข่มขู่หรือถูกบังคับให้โอนเหรียญต่อหน้าคนร้าย
ฟีเจอร์ Withdraw Protection ทำงานอย่างไร ?
Withdraw Protection คือระบบที่ให้ผู้ใช้สั่งระงับการถอนคริปโตออกจากบัญชี Binance เป็นระยะเวลา 1–7 วัน โดยผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานเองภายในเมนู Security ของแอป
เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะบล็อกการถอนเหรียญ On-chain ทั้งหมดไปยังกระเป๋าภายนอกทันที ต่อให้มีคนล็อกอินเข้าบัญชีได้ ก็ยังไม่สามารถโอนสินทรัพย์ออกไปได้จนกว่าระยะเวลาล็อกจะสิ้นสุด
ประเด็นสำคัญคือ ผู้ใช้ยังสามารถเทรด ซื้อขาย และเข้าดูพอร์ตได้ตามปกติ แตกต่างจากการล็อกบัญชีอย่างเต็มรูปแบบที่จะระงับทุกกิจกรรมในบัญชีทันที
นอกจากนี้ Binance ยังเปิดให้เลือกได้ว่า จะอนุญาต “ปลดล็อกก่อนกำหนด” ด้วยการยืนยันตัวตนเพิ่ม เช่น 2FA หรือจะปิดฟังก์ชันปลดล็อกก่อนกำหนดไปเลยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพราะโจรยุคใหม่ ไม่ได้แฮก แต่ใช้ปืน
คำเตือนของ Changpeng Zhao พุ่งเป้าไปที่ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่วงการคริปโตกำลังกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ “การโจมตีด้วยการใช้กำลัง” ซึ่งหมายถึงการที่คนร้ายไม่ได้พยายามแฮกระบบ แต่เลือกใช้วิธีข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือบังคับเจ้าของบัญชีให้โอนคริปโตด้วยตัวเอง
ดังคำกล่าวที่ว่า “ต่อให้ระบบการเข้ารหัสจะปลอดภัยแค่ไหน ก็แพ้ประแจราคา 5 ดอลลาร์อยู่ดี”
CZ อธิบายว่า ฟีเจอร์ Withdraw Protection เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงเรื่องการลักพาตัวเพื่อชิงคริปโต เพราะถึงแม้เหยื่อจะถูกบังคับให้ล็อกอิน คนร้ายก็ยังไม่สามารถถอนเหรียญออกไปได้จนกว่าระยะเวลาล็อกจะสิ้นสุด
อย่างไรก็ดี CZ กล่าวทิ้งท้ายถึงผู้ใช้งาน Binance ว่า ขอให้เงินของคุณปลอดภัย
คดีลักพาตัวชิงคริปโต กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก
การเปิดตัวฟีเจอร์ Withdraw Protection เกิดขึ้นในช่วงที่คดีลักพาตัวและข่มขู่ผู้ถือครองคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุโรป
มีรายงานว่า ในฝรั่งเศสเพียงประเทศเดียว เกิดคดีทำร้ายร่างกายชิงคริปโต แล้วอย่างน้อย 41 คดีในช่วงต้นปี 2026 ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา David Princay เกือบถูกลักพาตัวพร้อมสมาชิกครอบครัวบริเวณใกล้บ้านพัก ก่อนตำรวจจะเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา
กระแสตอบรับบน X ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก หลายคนมองว่า Withdraw Protection เป็นฟีเจอร์ที่ควรมีมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือถือครองสินทรัพย์จำนวนมากบนเว็บเทรด
ขณะเดียวกัน บางคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า หากคนร้ายเลือกกักตัวเหยื่อไว้ จนกว่าระยะเวลาล็อกเหรียญจะหมดลง ฟีเจอร์นี้ก็อาจไม่สามารถป้องกันได้แบบ 100%
ทั้งนี้ หลายฝ่ายยังคงเห็นตรงกันว่า Withdraw Protection ถือเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นที่ช่วยซื้อเวลาให้เหยื่อมีโอกาสแจ้งตำรวจ ติดต่อครอบครัว หรือขอความช่วยเหลือได้มากขึ้นยามที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
มุมมองผู้เขียน: การเปิดตัวฟีเจอร์ลักษณะนี้ กำลังสะท้อนให้เห็นว่า วงการคริปโตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ภัยคุกคามทางกายภาพ” มากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องแฮกหรือฟิชชิงเหมือนในอดีต
- ที่มาข่าว: ourcryptotalk
- ที่มาภาพ:vulcanpost

