bitkub-banner

เกาหลีใต้หนีซบตลาดหุ้น นักเทรดถือคริปโตลดฮวบ 50% ในปีเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าการถือครองคริปโตของนักลงทุนเกาหลีใต้ ลดลงจาก 121.8 ล้านล้านวอน (ราว 83,300 ล้านดอลลาร์) เหลือเพียง 60.6 ล้านล้านวอน (ราว 41,400 ล้านดอลลาร์) ภายในเวลาแค่ราว 1 ปี
  • ปริมาณเทรดบนเว็บใหญ่ของเกาหลีอย่าง Upbit และ Bithumb ร่วงหนัก สะท้อนแรงเก็งกำไรเริ่มหายไปจากตลาด
  • รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมคุมเข้มกฎ AML และเดินหน้าเก็บภาษีคริปโต 22% ในปี 2027 ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินอาจไหลออกนอกประเทศ

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

มูลค่าการถือครองคริปโตของนักลงทุนเกาหลีใต้ลดลงกว่า 50% ภายในเวลาเพียง 1 ปี ขณะที่ปริมาณซื้อขายบนเว็บเทรดรายใหญ่และสภาพคล่องในตลาดก็หดตัวลงต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาคริปโตที่อ่อนตัว เม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น และกฎกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม Stablecoin ยังเติบโตสวนทางตลาด สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนอาจยังไม่ได้ออกจากโลกคริปโตทั้งหมด 

นักลงทุนเกาหลีใต้ถือคริปโตเคอร์เรนซีลดลงมากกว่าครึ่งภายในเวลาเพียง 1 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดที่ซบเซา พร้อมกับการไหลกลับของเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น และแนวโน้มการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจากรัฐบาลภายในประเทศ

ข้อมูลจาก Bank of Korea ระบุว่า มูลค่าคริปโตที่นักลงทุนเกาหลีใต้ถือครองลดลงจาก 121.8 ล้านล้านวอน (ราว 83,300 ล้านดอลลาร์) ในเดือนมกราคม 2025 เหลือ 60.6 ล้านล้านวอน (ราว 41,400 ล้านดอลลาร์) ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026

ขณะเดียวกัน ปริมาณซื้อขายรายวันบนเว็บเทรดคริปโตหลักของประเทศ ได้แก่ Upbit, Bithumb, Korbit, Coinone และ Gopax ลดลงเหลือเพียง 3,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 11,600 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2024

เงินฝากสกุลวอนบนเว็บเทรด ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องของนักลงทุน ลดลงจาก 10.7 ล้านล้านวอน ณ สิ้นปี 2024 เหลือ 7.8 ล้านล้านวอน สะท้อนว่าเม็ดเงินใหม่เริ่มไหลออกจากตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: CoinGecko

ปัจจัยสำคัญมาจากทั้งราคาคริปโตที่อ่อนตัวลง และการที่นักลงทุนจำนวนมากย้ายเงินกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เริ่มฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม Stablecoin ยังคงเติบโตสวนทางตลาด โดยมูลค่าการถือครองเพิ่มขึ้นจาก 60 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม 2024 ไปแตะจุดสูงสุดที่ 597 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2025 ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 41 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งถือว่าปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดคริปโตโดยรวม

ในด้านกฎระเบียบ ทางการเกาหลีใต้เตรียมบังคับใช้มาตรการป้องกันการฟอกเงิน  (AML) ฉบับใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยธุรกรรมคริปโตมูลค่าเกิน 10 ล้านวอน ที่เกี่ยวข้องกับเว็บเทรดต่างประเทศหรือกระเป๋าเงินส่วนตัวจะถูกตั้งธงเป็น “ธุรกรรมต้องสงสัย” โดยอัตโนมัติ

ด้าน Digital Asset eXchange Alliance (DAXA) ออกมาคัดค้านมาตรการดังกล่าว โดยเตือนว่าอาจผลักดันให้นักลงทุนย้ายไปใช้แพลตฟอร์มนอกประเทศอย่าง Binance มากขึ้น พร้อมระบุว่าจำนวนรายงานธุรกรรมต้องสงสัยอาจเพิ่มขึ้นถึง 85 เท่า หรือมากกว่า 5.4 ล้านรายการต่อปี

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ยังยืนยันเดินหน้าเก็บภาษีกำไรคริปโต 22% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 ตามแผนเดิม

แม้ตลาดคริปโตจะชะลอตัว แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชน โดย Samsung SDS ได้รับสัญญาพัฒนาแพลตฟอร์มหลักทรัพย์บนบล็อกเชนให้กับ Korea Securities Depository (KSD) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนรองรับตลาดสินทรัพย์ Tokenized Assets ก่อนกฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2027


มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ดูคล้ายกับบ้านเราอยู่พอสมควร เพราะช่วงนี้นักลงทุนหลายคนเริ่มหันหลังให้คริปโต แล้วกลับไปสนใจสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นกันมากขึ้น แต่ในโลกการลงทุน ทุกสินทรัพย์มีขึ้นก็ต้องมีลง หากพื้นฐานดีจริง สินทรัพย์ไหนที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจในปัจจุบันอาจหมายถึงโอกาสในการทำกำไร เมื่อคนกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งในอนาคต

ที่มา:cointelegraph