สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์ JPMorgan Chase คาดการณ์ว่า Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) อาจซื้อ Bitcoin ได้มากถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026 หากรักษาอัตราการซื้อปัจจุบันไว้ได้
- ข้อมูลจากแผนภูมิ JPMorgan แสดงให้เห็นว่า Strategy ซื้อ Bitcoin ไปแล้วราว 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ใน Q1 และ Q2 ปีนี้ (เฉลี่ยไตรมาสละ 7,000-3,500 ล้านดอลลาร์) ปัจจุบันถือครอง 818,869 BTC รวมมูลค่ากว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์
- ตัวเลขคาดการณ์ 3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้เป็นการฉายภาพจากอัตราปัจจุบัน ยังไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และขึ้นอยู่กับความสามารถในการระดมทุนของ Strategy ต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ธนาคารระดับโลกอย่าง JPMorgan ออกมาคาดการณ์ปริมาณการซื้อ Bitcoin ของ Strategy ในระดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อสถาบันที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคา Bitcoin ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่การยืนยัน ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงอาจจำกัด
ตามรายงานจาก Cointelegraph นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou กรรมการผู้จัดการ ได้ออกรายงานระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569 คาดการณ์ว่า Strategy (บริษัทที่เดิมชื่อ MicroStrategy) อาจซื้อ Bitcoin ได้มากถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ หากรักษาอัตราการซื้อในปัจจุบันไว้ได้ ข้อมูลในแผนภูมิที่ JPMorgan จัดทำขึ้น อ้างอิงจาก Strategy filings และ Bloomberg Finance L.P. แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน Strategy มีอัตราการซื้อ Bitcoin สูงกว่าปี 2024 และ 2025 อย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขคาดการณ์ตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์ รายงานยังระบุว่า Strategy ได้เร่งการซื้อแบบ “ฉวยโอกาส” โดยเฉพาะช่วงที่ราคา Bitcoin ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท
ภาพรวมการซื้อ Bitcoin ของ Strategy ตามแผนภูมิ JPMorgan
แผนภูมิที่ JPMorgan เปิดเผยให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสะสม Bitcoin ของ Strategy ในปี 2024 บริษัทซื้อ Bitcoin รวมราว 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวใน Q4 ที่สูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2025 การซื้อกระจายตัวสม่ำเสมอขึ้นรวม 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่สำหรับปี 2026 ข้อมูลจนถึงปัจจุบันแสดงว่า Strategy ซื้อไปแล้วประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ใน Q1 และ 3,500 ล้านดอลลาร์ใน Q2 โดยคาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะยังคงมีการซื้ออย่างต่อเนื่อง
ณ วันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา Strategy ถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 818,869 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยต้นทุนซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75,000-75,537 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งสูงกว่าราคา Bitcoin ปัจจุบันที่ 79,697 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย แม้ก่อนหน้านี้บริษัทจะรายงานขาดทุนสุทธิ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ใน Q1 ปี 2026 จากการปรับมูลค่า Bitcoin ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ Strategy ก็ยังคงซื้อต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ได้ซื้อเพิ่มอีก 535 BTC มูลค่า 43 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 80,340 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
กลยุทธ์ระดมทุนและจุดเสี่ยงที่ต้องจับตา
Strategy ระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ผ่านการออกหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิอัตราผันแปร (STRC) โดยหุ้นของบริษัทยังคงซื้อขายอยู่ที่ระดับพรีเมียมประมาณ 26% เหนือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ออกหุ้นใหม่เพื่อระดมทุนได้สะดวกขึ้น Michael Saylor ประธานกรรมการบริหาร ยอมรับว่าอาจมีการขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อชำระภาระเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิประจำปีมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ย้ำว่าจะซื้อ Bitcoin ใหม่ที่มากกว่าการขายใด ๆ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระลึกว่าตัวเลข 3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้เป็นเพียงการคาดการณ์จาก JPMorgan โดยฉายภาพจากอัตราการซื้อปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่ Strategy ประกาศหรือยืนยัน ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าตัวเลขนี้จะเป็นจริงหรือไม่คือความสามารถในการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง และสภาพตลาดทุนในช่วงที่เหลือของปี 2026
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า หุ้น Strategy พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2026 รับอานิสงค์ Bitcoin ยืนเหนือ $80,000 และ JPMorgan รับ Bitcoin เป็นหลักประกัน ธนาคารที่เคยเรียก BTC ว่าฉ้อโกงกำลังคุมเกมราคา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทั้ง JPMorgan และ Strategy ต่างมีบทบาทในระบบนิเวศ Bitcoin ที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ JPMorgan ออกมาคาดการณ์ตัวเลขนี้มีความหมายมากกว่าแค่ตัวเลข เพราะในอดีต Jamie Dimon ผู้บริหาร JPMorgan เคยโจมตี Bitcoin อยู่หลายครั้ง การที่นักวิเคราะห์ของธนาคารเดียวกันออกมาประเมินพฤติกรรมซื้อ Bitcoin ในเชิงข้อมูลอย่างจริงจัง บ่งบอกว่า Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์กระแสหลักสำหรับสถาบันการเงินไปแล้วจริง ๆ สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาคือว่า Strategy จะสามารถรักษาระดับพรีเมียมของหุ้นเหนือ NAV ไว้ได้นานแค่ไหน เพราะถ้าพรีเมียมหายไป แรงจูงใจในการออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อ Bitcoin ก็จะลดลงตาม และนั่นอาจทำให้ตัวเลข 3 หมื่นล้านดอลลาร์ไม่เป็นจริงก็ได้
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @chrisduru85

