bitkub-banner

Stablecoin โวลุ่ม $36 ล้านล้านในปี 2024 แต่ใช้จ่ายจริงไม่ถึง 6% เปิดความจริงที่ VC ไม่อยากให้รู้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Stablecoin มียอดธุรกรรมบนเชน 36.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 แต่ใช้ชำระเงินจริงไม่ถึง 6%
  • 94% ของ volume เป็นการเทรดเก็งกำไรระหว่างเว็บกระดานเทรดและ DeFi protocol ไม่ใช่การจ่ายเงินในชีวิตจริง
  • BoE ผ่อนกฎ Stablecoin, Meta เปิดตัวใน Colombia/Philippines เพื่อสร้าง narrative ใหม่ แต่ผู้ได้ประโยชน์จริงคือ issuer และรัฐบาลสหรัฐฯ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

ข่าวนี้เป็น Bearish สำหรับ narrative การเติบโตของ Stablecoin เพราะข้อมูลจริงเปิดเผยว่าตัวเลข volume ที่ถูกอ้างถึงทั่วโลกนั้นเกินจริง 94% volume ที่ใช้เทรดเก็งกำไรอาจหายไปอย่างรวดเร็วถ้าตลาดคริปโตเข้าสู่ขาลง ทำให้ valuation ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin มีความเสี่ยงสูง

ลองจินตนาการดูครับ มีคนเดินมาบอกคุณว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา Stablecoin มียอดธุรกรรมบนเชนสูงถึง 36.3 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่า Visa และ Mastercard รวมกัน นี่คือ ปฏิวัติการชำระเงิน ที่จะมาแทนที่เงินสด แทนที่ธนาคาร แทนที่ทุกอย่าง

ฟังดูดีใช่ไหมครับ แต่พอเปิดข้อมูลจริงกลับพบว่า ในจำนวนเงิน 36.3 ล้านล้านดอลลาร์นั้น มีไม่ถึง 6% ที่ถูกใช้เพื่อการชำระเงินจริงในชีวิตประจำวัน อีก 94% ที่เหลือคืออะไร คือเทรดเดอร์คริปโตโยกเงินไปมาระหว่างเว็บกระดานเทรด คือ DeFi protocol ที่ปั่นสภาพคล่อง คือบอทที่ทำ arbitrage ตลอด 24 ชั่วโมง

พูดง่าย ๆ Stablecoin ไม่ได้เป็น เงินแห่งอนาคต อย่างที่เขาขายฝัน มันคือเหรียญในบ่อนคาสิโนคริปโตเท่านั้นเอง และคนที่หลงเชื่อ narrative ของการชำระเงินกำลังถูกใช้เป็น exit liquidity ให้กับ VC ที่ต้องการระบายของ

ตัวเลข $36 ล้านล้านที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด

ตัวเลข $36 ล้านล้านที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด
ภาพจาก AI

ปี 2024 Stablecoin ทำสถิติยอดธุรกรรมบนเชน 36.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาในแทบทุกบทความ ทุก keynote ของผู้บริหารบริษัทคริปโต ทุกครั้งที่ Circle หรือ Tether ออกมาให้สัมภาษณ์ คำที่ใช้คือ Stablecoin กำลังจะ disrupt ระบบการเงินโลก

แต่งานวิจัยจาก Visa Onchain Analytics และข้อมูลที่ Standard Chartered กับ Allium รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ ชี้ตรงกันว่า volume จริงที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินจากลูกค้าจริง การโอนข้ามประเทศ หรือการจ่ายซื้อสินค้าและบริการ มีสัดส่วนแค่ 5 ถึง 6% เท่านั้น ที่เหลือคือ wash trading ระหว่าง wallet ของบอท MEV bot และการเคลื่อนย้ายเงินภายในเว็บกระดานเทรด

ลองคำนวณดูครับ 6% ของ 36.3 ล้านล้าน = ประมาณ 2.18 ล้านล้านดอลลาร์ ฟังดูยังเยอะอยู่ แต่เทียบกับ Visa ที่ประมวลผลธุรกรรมการชำระเงินจริงปีละกว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์ Stablecoin ที่ใช้จ่ายจริงทั้งโลกยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ

Crypto Heatmap แสดงราคา Stablecoin USDT USDC ในตลาด
ภาพจาก: ZoneCrypto (X)

94% ที่เหลือ คือสนามคาสิโน ไม่ใช่ระบบการเงิน

ถ้าเอาข้อมูลธุรกรรม USDT และ USDC บนเชนมาแยกแยะ จะพบว่า volume ส่วนใหญ่กระจุกอยู่บนไม่กี่ address ที่เป็น hot wallet ของ Binance, OKX, Bybit รวมถึง smart contract ของ Uniswap, Curve, Aave ลองดูข้อมูลจาก marko o the cryptonaire ที่รายงาน เจ้ามือ alert ว่ามี USDC เคลื่อนไหว 23.2 ล้านดอลลาร์ผ่าน Binance ในเวลา 5 นาที แค่นี้ก็คือ 358 ธุรกรรมต่อ 5 นาที

ถามว่า 23.2 ล้านดอลลาร์ที่เคลื่อนเข้า Binance เพื่ออะไร คำตอบคือเทรดเก็งกำไร ไม่ใช่ซื้อกาแฟ ไม่ใช่จ่ายค่าเช่าบ้าน ไม่ใช่โอนเงินไปให้แม่ที่ต่างประเทศ มันคือเงินที่เคลื่อนไปเปิดสถานะ long short ใน futures market ที่ leverage 25 ถึง 50 เท่า

ดังที่เห็นในภาพโฆษณาแคมเปญของ StarEx ที่อัดเงินรางวัล Futures Contest มูลค่า 55,000 USDT นี่คือสิ่งที่ Stablecoin ถูกใช้จริง ๆ ในวงการคริปโต ไม่ใช่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่เป็นแก๊สที่เติมให้บ่อนพนัน leverage เปิดได้ 24 ชั่วโมง

StarEx Futures Contest Prize Pool 55000 USDT
ภาพจาก: StarEx (X)

ทำไม BoE, Meta, Bermuda ถึงเล่นกับ narrative นี้

ทำไม BoE, Meta, Bermuda ถึงเล่นกับ narrative นี้
ภาพจาก AI

สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่หลายตัวที่เสริม narrative การชำระเงินด้วย Stablecoin ทั้ง Meta ที่เปิดตัว USDC สำหรับการโอนเงินใน Colombia และ Philippines, Bermuda ที่ประกาศใช้ Stellar เป็น settlement layer ของรัฐบาล รวมถึง Bank of England ที่กำลังจะผ่อนคลายกฎ Stablecoin เพื่อยอมรับมันเป็น new money

ตามรายงานจาก Ecomint NEWS ที่อ้างอิง Financial Times ระบุว่า BoE ยอมถอยจากแผนเดิมที่จะจำกัดการถือ Stablecoin ไว้ที่ 20,000 ปอนด์ต่อบุคคล และเดิมจะบังคับให้ 40% ของ reserve ต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่มีดอกเบี้ย หลังอุตสาหกรรมคริปโตกดดันหนัก โดย SE Hozaifa ชี้ว่าเหตุผลคือกฎเดิมจะทำให้ Stablecoin ในสหราชอาณาจักรไม่มีกำไร

คำถามคือทำไมรัฐบาลและบริษัทใหญ่ถึงพร้อมใจกันผลักดัน Stablecoin อย่างหนักในช่วงเวลานี้ คำตอบเรียบง่ายมากครับ มันคือเครื่องมือดูดซับพันธบัตรสหรัฐฯ Tether ถือพันธบัตรสหรัฐฯ มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ Circle ถือเพิ่มอีกหลายหมื่นล้าน รวม ๆ แล้ว Stablecoin issuer ทั้งหมดกลายเป็น top 20 ผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ ของโลก แซงหน้าหลายประเทศ

นี่คือเหตุผลที่ GENIUS Act ในสหรัฐฯ ผ่านเร็วผิดปกติ เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการคนซื้อพันธบัตรในยุคที่จีน ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย เริ่มลดสัดส่วนการถือ ส่วน narrative การชำระเงินที่ขายให้คนทั่วไป มันคือเปลือกที่ห่อหุ้มเครื่องมือทางการเงินของจักรวรรดิดอลลาร์เอาไว้

VC ต้องการ exit liquidity และคนไทยกำลังถูกใช้

VC ต้องการ exit liquidity และคนไทยกำลังถูกใช้
ภาพจาก AI

ตอนนี้ตลาดเต็มไปด้วย Stablecoin ใหม่ ๆ ที่เปิดตัวแทบทุกสัปดาห์ ทั้ง USD1 ของ World Liberty Financial ที่กำลังขยายไปบน Solana, KRW1 ที่จะไปบน Aptos, FIH_USD1 ที่พยายามเข้าตลาด Solana ขณะที่ Izu web3 โพสต์ว่า Stablecoin กำลังกลายเป็นหนึ่งใน sector ที่ใหญ่ที่สุดในคริปโตอีกครั้ง

ในมุมหนึ่งฟังดูดี แต่ในอีกมุมคือสัญญาณที่น่ากลัวมาก เพราะทุกครั้งที่มี Stablecoin ใหม่ออกมา หมายความว่ามี VC กลุ่มหนึ่งที่ถือ token governance ของโปรเจกต์นั้น และพวกเขาต้องการ narrative การชำระเงินเพื่อพยุงราคาให้ retail เข้ามารับช่วงต่อ

หลายโพสต์ที่ดูเหมือนเป็น organic content จริง ๆ คือ marketing ที่เป็นระบบ ลองดู Adriann Chatoya ที่โพสต์ว่า Stablecoin คือสนามรบเชิงนโยบาย หรือ Joyc Carmona ที่บอกว่าคนกำลังใช้ Stablecoin ก่อนจะรู้ตัวว่าใช้คริปโต ข้อความเหล่านี้ฟังดูเหมือน thought leadership แต่ในความจริงคือการสร้าง consensus narrative ให้ retail เชื่อ

Stablecoin policy battleground
ภาพจาก: Adriann Chatoya (X)

คนไทยที่หลงเชื่อว่าจะมาเป็นยุค Stablecoin Payment Revolution ระวังให้ดี เพราะ VC ที่ถือ bag อยู่ต้องการให้คุณซื้อ token ที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin ecosystem โดยใช้ความฝันเรื่องการชำระเงินเป็นเหยื่อล่อ ความจริงคือ คุณกำลังถูกชวนเข้ามาเป็น exit liquidity

ปัญหาเทคนิคที่ทำให้ Stablecoin เป็นเงินใช้จ่ายจริงไม่ได้

นอกจากเรื่อง narrative แล้ว ความจริงทางเทคนิคก็ทำให้ Stablecoin เป็นเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ได้ REJOICE เล่าประสบการณ์ว่าเกือบจะ panic ตอนพยายามถอน USDC จาก XION wallet เพราะระบบมีปัญหาด้าน gas fee และ chain compatibility

XION Wallet USDC withdrawal interface
ภาพจาก: REJOICE (X)

นี่คือผู้ใช้ที่มีความรู้คริปโตระดับหนึ่ง ยังเจอปัญหา แล้วลองคิดดูครับ ถ้าแม่ค้าร้านส้มตำหรือคนขับวินมอเตอร์ไซค์จะรับ Stablecoin เป็นค่าอาหาร พวกเขาต้องเข้าใจเรื่อง bridge, gas, network selection, slippage, frontrunning จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโอนผิดเชน เงินหายเลย ไม่มีธนาคารกลางมาช่วยกู้คืน

ในขณะที่ระบบ PromptPay ของไทยฟรี โอนทันที ไม่มีค่าธรรมเนียม รองรับทั้งร้านค้าและบุคคล มี QR code ที่ใช้งานได้ทั่วประเทศ ระบบนี้ดีกว่า Stablecoin บน Solana หรือ Ethereum ในทุก ๆ ด้านสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คำถามคือ ทำไมคนไทยจะต้องเปลี่ยนมาใช้ USDC ในเมื่อ PromptPay ทำงานได้ดีกว่า

คำตอบจริง ๆ คือ Stablecoin ไม่ได้แข่งกับ PromptPay หรือ Visa มันแข่งกับ casino chip ของบ่อนคาสิโนต่างชาติ คือเครื่องมือเปิด leverage ในตลาดที่ไม่มีการกำกับดูแลในประเทศคุณ ไม่ใช่เครื่องมือซื้อกาแฟ

ความเห็นผู้เขียน

ความเห็นผู้เขียน
ภาพจาก AI

ผมไม่ได้เกลียด Stablecoin นะครับ ในมุมหนึ่งมันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการพักเงินตอนตลาดผันผวน หรือสำหรับคนในประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่าเร็ว เช่น อาร์เจนตินา ไนจีเรีย ตุรกี ตรงนั้นคือ use case จริงที่ Stablecoin ช่วยรักษามูลค่าให้คนได้

แต่สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือ การสร้างภาพว่า Stablecoin คือ ปฏิวัติการชำระเงิน ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลจริงบอกว่า 94% ของ volume เป็นการเทรดและเก็งกำไร ไม่ใช่การชำระเงิน นี่คือการบิดเบือนความจริงในระดับที่อันตรายเพราะมันทำให้คนเข้ามาในตลาดด้วยความเข้าใจผิด ๆ

คนไทยที่อ่านบทความนี้อยู่ ผมอยากให้ตั้งคำถามทุกครั้งที่เห็นข่าวว่า บริษัท A เปิดตัว Stablecoin ใหม่ หรือ ประเทศ B ยอมรับ Stablecoin ใครคือคนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ คำตอบส่วนใหญ่คือ VC ที่ถือ token, issuer ที่กินดอกเบี้ยจากพันธบัตรสหรัฐฯ และรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการคนซื้อหนี้ของตัวเอง

คนไทยเป็นแค่ผู้ใช้ปลายทาง ที่ถ้าโชคดีก็ใช้โอนเงินข้ามประเทศได้สะดวกขึ้นนิดหน่อย ถ้าโชคไม่ดีก็ติดอยู่กับ token ที่ราคาร่วงเพราะ VC dump ออกตามแผน

สุดท้ายแล้ว ผมอยากฝากไว้ว่า ข้อมูลคือเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุน ทุกครั้งที่ใครพูดถึง Stablecoin ในมุมการชำระเงิน ลองถามกลับว่า ขอเห็นข้อมูล payment volume ที่แยกออกจาก trading volume หน่อย ถ้าเขาตอบไม่ได้ หรือพยายามเลี่ยง รู้เลยว่าเขากำลังขายของอยู่ ไม่ใช่ให้ข้อมูล

เพราะตัวเลข 36.3 ล้านล้านที่เขาพูดถึง 94% ของมันไม่ใช่การชำระเงินครับ มันคือชิปคาสิโนที่หมุนไปหมุนมาในวงจรปิดของวงการคริปโตเท่านั้นเอง

ภาพจาก AI