สรุปข่าว
- ETH ดีดตัวขึ้น 2.10% มาอยู่ที่ $2,297.39 ในวันที่ 14 พ.ค. 2569 หลังแตะจุดต่ำสุดรอบวันที่ $2,237.51
- การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ETH ยังอยู่ในโซนต่ำของกรอบการแกว่งตัว 13 สัปดาห์ระหว่าง $1,940 ถึง $2,420 และยังไม่มีสัญญาณการทะลุกรอบที่ชัดเจน
- ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.77 แสนล้านดอลลาร์ สิ่งที่ต้องจับตาคือราคาจะรักษาระดับนี้ไว้ได้หรือไม่ก่อนสิ้นสัปดาห์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การดีดตัวของ ETH ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโครงสร้างราคาระยะสั้นที่ยังเป็นขาลง และตลาดกำลังทดสอบว่าแรงซื้อจะแข็งแกร่งพอที่จะพา ETH กลับสู่ครึ่งบนของกรอบได้หรือไม่ จนกว่าจะเห็นการปิดเทียนที่ชัดเจนเหนือแนวต้านสำคัญ แรงดีดนี้ยังถือว่าเป็นเพียงการเคลื่อนไหวภายในกรอบเดิม
ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวขึ้นกว่า 2.10% มาอยู่ที่ $2,297.39 ในวันที่ 14 พ.ค. 2569 หลังจากที่ราคาแตะจุดต่ำสุดรอบวันที่ $2,237.51 ก่อนมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคา การดีดตัวครั้งนี้ดูน่าสบายใจในช่วงสั้น แต่ภาพรวมของตลาดยังมีความตึงเครียดอยู่มาก เพราะ ETH กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์หลายรายเรียกว่า “จุดพิสูจน์” ของช่วงการรวมตัวที่ยาวนานถึง 13 สัปดาห์

ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH ยืนอยู่ที่ 2.77 แสนล้านดอลลาร์ ราคาสูงสุดรอบวันอยู่ที่ $2,290.3 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงขายยังคอยกดดันอยู่บริเวณด้านบน ETH ยังคงอยู่ในโซนล่างของกรอบการแกว่งที่กว้างราว 24.7% และห่างจากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2568 ที่บริเวณ $4,829 ไปแล้วกว่า 53%
ทำไมโซนราคานี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด
บริเวณ $2,250 ถึง $2,270 ที่ราคาเพิ่งหลุดลงไปในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. นั้นไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่เป็นโซนที่เคยทำหน้าที่พยุงราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดช่วงการรวมตัว 13 สัปดาห์ที่ผ่านมา การที่ราคาหลุดลงไปแล้วดีดกลับขึ้นมาได้ในวันเดียวกันถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ในภาพใหญ่ ETH กำลังอยู่ในช่วงที่โมเมนตัมระยะสั้นขัดแย้งกับภาพระยะกลาง กล่าวคือ ตลาดระยะสั้นยังเป็นขาลงมาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. ที่ราคาขึ้นไปแตะ $2,369 แล้วกลับตัวลงมา ขณะที่ภาพระยะกลางยังอยู่ในกรอบกว้างที่ไม่มีทิศทางชัดเจน ปัจจัยด้านมหภาคอย่างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และกระแสเงินไหลเข้าออกจากกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังในการเปิดสถานะขนาดใหญ่
ถ้าราคายืนได้ แนวโน้มต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
หาก ETH สามารถรักษาราคาไว้เหนือโซน $2,250 ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเทียนข้างหน้า สัญญาณแรกที่ตลาดจะมองหาคือการทดสอบบริเวณ $2,370 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดล่าสุดที่ราคาทำไว้เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน การผ่านโซนนี้ได้จะเปิดประตูไปสู่การทดสอบแนวต้านสำคัญที่บริเวณ $2,420 ซึ่งเป็นขอบบนของกรอบการแกว่งที่คุมตลาดมานานกว่า 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าปริมาณการซื้อขายที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั้นเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงดีดครั้งนี้อาจขาดพลังซื้อที่แข็งแกร่งเพียงพอจะพาราคาทะลุกรอบไปได้อย่างยั่งยืน การฟื้นตัวที่น่าเชื่อถือมักต้องมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ถ้าราคาหลุดลงอีก สิ่งที่อาจตามมาคืออะไร
นี่คือส่วนที่ตลาดกังวลมากที่สุด หาก ETH ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นจากการดีดตัวในวันนี้ได้ และราคาร่วงกลับลงไปต่ำกว่าโซน $2,250 อีกครั้ง สถานการณ์ต่อไปที่เป็นไปได้คือการทดสอบโซน $2,090 ซึ่งเป็นแนวรับถัดไปในโครงสร้างราคาปัจจุบัน
ในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น หาก ETH หลุดลงไปต่ำกว่า $2,090 อย่างชัดเจน ก็จะเปิดทางไปสู่การทดสอบโซน $1,940 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบการแกว่งและเป็นแนวรับสำคัญที่สุดในช่วงนี้ การหลุดระดับดังกล่าวอาจสร้างแรงขายเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ถือตำแหน่งมาตลอดช่วงการรวมตัว และอาจพา ETH กลับไปทดสอบบริเวณใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดของรอบที่ $1,821 ที่เกิดขึ้นในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569
สิ่งที่ต้องจับตาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้แก่ ทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะออกมาในสัปดาห์นี้ รวมถึงกระแสเงินไหลเข้าออกจากกองทุน ETF ที่ลงทุนใน ETH โดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาในช่วงที่ตลาดยังขาดทิศทางชัดเจน
ความเห็นผู้เขียน
ผมมองว่าสถานการณ์ของ ETH ตอนนี้น่าลุ้นกว่าที่ตัวเลข +2.10% บอกเราครับ การดีดตัวในวันนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหลุดโซนพยุงระยะสั้นลงไป ซึ่งโดยปกติถ้าราคาหลุดแล้วกลับขึ้นมาได้เร็ว มักบ่งบอกว่าแรงซื้อยังมีอยู่ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังระวังอยู่คือปริมาณการซื้อขายที่ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัดพร้อมกับการดีดตัว
สัญญาณที่ผมจะจับตาดูในช่วง 48-72 ชั่วโมงข้างหน้าคือ ETH จะสามารถปิดเทียนรายวันเหนือ $2,270 ได้สม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าทำได้นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าราคาเริ่มอ่อนแรงอีกครั้งและปริมาณการซื้อขายยังต่ำ ผมคิดว่าตลาดยังไม่พร้อมจะส่ง ETH ออกจากกรอบนี้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งในเร็วๆ นี้ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนและติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดมากกว่าการรีบตัดสินใจครับ
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
