สรุปข่าว
- รัฐบาลทหารเมียนมาเล็งประกาศร่างกฎหมายฉบับใหม่ภายใต้การนำของ มิน อ่อง ลาย ในฐานะประธานาธิบดีพลเรือน โดยมุ่งเน้นจัดการขบวนการหลอกลวงออนไลน์
- มาตรการลงโทษขั้นสูงสุดคือประหารชีวิตสำหรับผู้ที่ใช้ความรุนแรง ทรมาน หรือกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อบังคับให้เหยื่อเข้าสู่ขบวนการสแกม
- ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของศูนย์สแกมหรือกระทำการฉ้อโกงทรัพย์สินดิจิทัลโดยตรง จะต้องโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รัฐบาลเมียนมาเปิดเผยร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ฉบับใหม่ที่กำหนดบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับอาชญากรที่ใช้ความรุนแรงหรือการกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อบังคับให้ผู้อื่นทำงานในศูนย์สแกมเมอร์คริปโต ขณะที่ผู้ดำเนินงานและผู้ฉ้อโกงด้วยสกุลเงินดิจิทัลจะต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และลดความตึงเครียดกับนานาชาติ
เมื่อไม่นานมานี้สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ได้มีรายงานว่ารัฐบาลเมียนมา กำลังหารือที่จะเสนอข้อกฎหมายให้มีการประหารชีวิตอาชญากรหัวรุนแรงซึ่งบีบบังคับเหยื่อให้เข้าสู่ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคริปโต
อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าว รัฐบาลทหารของเมียนมาได้มีการเผยแพร่ร่างกฎหมายใหม่ภายใต้ชื่อ “Anti-Online Scam Bill” ซึ่งเสนอโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่ใช้ ความรุนแรง, การทรมาน, การจับกุมโดยมิชอบ, หรือการปฏิบัติอย่างโหดร้าย เพื่อบังคับให้เหยื่อไปทำงานในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
ขณะเดียวกันผู้ที่รับหน้าที่บริหารศูนย์สแกมเมอร์ หรือกระทำการหลอกลวงด้วยสกุลเงินดิจิทัลโดยตรงจะถูกปรับโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้สวนทางกับคำสั่งของ มิน อ่อง ลาย ผู้นำเมียนมา ที่ประกาศลดโทษประหารชีวิตทั้งหมดให้เหลือเพียงการจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนที่ผ่านมา
รายงานระบุว่าว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาชุดปัจจุบันกลับเข้าประชุมสภาอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าบทลงโทษเดียวกันนี้จะถูกนำมาใช้กับกลุ่มเหยื่อที่ถูกบีบบังคับให้ต้องทำการหลอกลวงโดยไม่เต็มใจด้วยหรือไม่
ที่มา: Protos
มุมมองผู้เขียน : ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพราะจีนกดดันเมียนมาอย่างหนักมาตลอดปี 2025 เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การออกกฎหมายที่โทษแรงขนาดนี้คือการส่งสัญญาณให้จีนเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจกวาดล้างจริง เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางการเมืองและเศรษฐกิจ

