สรุปข่าว
- นักเทรดคริปโตฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตรวมมูลค่ากว่า 563 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ใน 24 ชม. หลังราคาเหรียญคริปโตร่วงหนัก
- Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $77,000 ส่วน Ethereum ดิ่งกว่า 10% หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังร้อนแรง ดันผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
- แม้ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะมีความคืบหน้าเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมคริปโต แต่แรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคยัง “กลบข่าวดี” ในระยะสั้นอย่างชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ตลาดฟิวเจอร์สคริปโตเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังนักเทรดฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตรวมกว่า 563 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ภายในวันเดียว หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยแรงขายเกิดขึ้นพร้อมกับการร่วงของ Bitcoin และ Ethereum จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น
ตลาดฟิวเจอร์สคริปโตฯ เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ นักเทรดฝั่ง Long ที่มองว่าราคาเหรียญจะขึ้นต่อถูกล้างพอร์ตรวมกว่า 563 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026
ในขณะที่ราคา Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ปรับตัวลงอย่างหนักจากความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะเงินเฟ้อสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้น
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า นักเทรดฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตมากกว่าฝั่ง Short อย่างชัดเจน โดยโพสิชั่น Short ถูกล้างพอร์ตไปเพียง 65 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ตลาดก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยนักเก็งกำไรฝั่งขาขึ้นที่ใช้เลเวอเรจค่อนข้างสูง
เหรียญพี่รองอย่าง Ethereum รับเคราะห์กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีมูลค่าการล้างพอร์ตฝั่ง Long สูงถึง 244 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Bitcoin ที่ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์

ที่มา:coinglass
แรงขายดังกล่าว เกิดขึ้นหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” และผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น
ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า Bitcoin ร่วงลงประมาณ 5% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลุดระดับ $77,000 ขณะที่ Ethereum ดิ่งกว่า 10% ลงมาแถว $2,100
นักวิเคราะห์มองว่า การพุ่งขึ้นของพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเองอย่าง Bitcoin ทำให้กระแสเงินทุนระยะสั้นไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
แรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคยังบดบังปัจจัยเชิงบวกจากความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเพิ่งผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักกับประเด็นเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และสภาพคล่องในระบบการเงินมากกว่า ส่งผลให้ข่าวเชิงบวกด้านกฎหมายยังไม่สามารถพลิก Sentiment หรืออารมณ์ของนักลงทุนในตลาดคริปโตระยะสั้นได้
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การล้างพอร์ตครั้งใหญ่ครั้งนี้อาจช่วยลดความร้อนแรงของตลาดฟิวเจอร์ส และเป็นการระบายความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจสูงออกจากระบบ ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้นในระยะถัดไป
มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า “เลเวอเรจ” ไม่เคยเป็นของเด็กเล่นสำหรับตลาดที่ผันผวนรุนแรงอย่างคริปโต เดิมทีเครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีความผันผวนต่ำ แต่เมื่อถูกนำมาใช้กับตลาดที่มีความผันผวนสูง มันสามารถเปลี่ยนจากเครื่องมือสร้างกำไร กลายเป็นเครื่องมือเร่งการขาดทุนได้เช่นเดียวกัน
ที่มา: coindesk

