bitkub-banner

ส่องวีรกรรมคนดังปั่นคริปโทฯ ทำนักลงทุนเจ็บหนักจนแทบหมดตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Celebrity Memecoins คือ กระแสที่ดาราและอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกใช้ชื่อเสียง มาสร้างเหรียญคริปโทของตัวเอง โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และส่วนใหญ่ราคาก็พังลงภายในไม่กี่เดือน
  • เหรียญคริปโทของดาราหลายตัว ราคาร่วงหนักกว่า 99% จากจุดสูงสุด ส่งผลให้นักลงทุนแห่ฟ้องดาราหลายราย ซึ่ง Caitlyn Jenner ก็ได้เผชิญคดีความฟ้องร้องในสหรัฐฯ
  • บทเรียนสำคัญที่ทำให้แฟนคลับกลายเป็นเหยื่อคือ กระแสความ FOMO รวมกับความศรัทธาที่มีในตัวดารา ซึ่งการลงทุนในเหรียญมีมคนดัง ก็เหมือนกับการเดิมพันที่มีโอกาสเจ๊งเกือบ 100% 

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การเปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมกลโกงและการปั่นราคาเหรียญมีมของเหล่าดาราดังในอดีต ถือเป็นกรณีศึกษาที่ช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนรายย่อยเกิดความตื่นรู้และเพิ่มความระมัดระวังในการจัดสรรเงินทุน ข้อมูลชุดนี้เป็นเพียงประเด็นเชิงพฤติกรรมเฉพาะกลุ่มไม่ได้ส่งผลต่อสภาวะสภาพคล่องหรือทิศทางแรงซื้อแรงขายของเหรียญหลักในตลาด

หากมองย้อนกลับไปในปี 2024 วงการคริปโทคงถูกจารึกไว้ว่าเป็น ยุคทองแห่งความกาว ของบรรดาเหรียญมีมคนดังอย่างแท้จริง เพราะตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่เหล่าดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลก แห่เสกเหรียญคริปโทของตัวเองกันเป็นว่าเล่น ไล่ตั้งแต่ Iggy Azalea กับเหรียญ MOTHER, Caitlyn Jenner กับเหรียญ JENNER, Andrew Tate กับ DADDY, Jason Derulo กับ JASON ลามไปถึงวงการกีฬาอย่างตำนานลูกหนัง Ronaldinho ที่ออกเหรียญ STAR10 และที่สร้างเสียงฮือฮาล่าสุดก็คือ Kanye West กับเหรียญ YZY

เบื้องหลังเทรนด์ความกาวนี้ ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนอะไรเลย แต่มันถูกจุดประกายโดยแพลตฟอร์มอย่าง Pump.fun บนเครือข่าย Solana ที่ทลายกำแพงการสร้างเหรียญให้กลายเป็นเรื่องง่ายดาย ใครๆ ก็สามารถเสกเหรียญใหม่ขึ้นมาได้ภายในไม่กี่นาทีด้วยต้นทุนที่แทบจะฟรี คนดังเหล่านี้จึงใช้แค่ ชื่อเสียง และ ฐานแฟนคลับ เป็นเครื่องมือปั่นกระแส แต่ความจริงอันโหดร้ายที่นักลงทุนรายย่อยต้องเผชิญคือ 99% ของโปรเจกต์เหล่านี้ มีจุดจบที่การถูกเทขายทิ้งจนมูลค่าดิ่งลงแทบจะเหลือศูนย์

สิ่งที่ขับเคลื่อนวงจรนี้คือ จิตวิทยา ล้วนๆ มันคือ การทำงานร่วมกันระหว่างความรักที่แฟนด้อมมีต่อตัวไอดอล ผสมปนเปไปกับอาการ FOMO ความกลัวที่จะตกรถ ลองนึกภาพตอนที่ Iggy Azalea ทวีตเปิดตัวเหรียญ MOTHER แฟนคลับนับหมื่นแห่แหนกันเข้ามากดซื้อโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเหรียญนี้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาอะไรบนโลกใบนี้ 

ในหัวพวกเขามีแค่ความคิดที่ว่า ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ แล้วพรุ่งนี้ราคามันพุ่งไปดวงจันทร์ คงต้องเสียใจแน่ๆ การซื้อเหรียญจึงกลายเป็นการเปย์เพื่อประกาศตัวตนว่า เป็นแฟนด้อมตัวจริง ผนวกกับยอดผู้ติดตามหลักสิบล้านบนโซเชียลมีเดีย มันยิ่งสร้างภาพลวงตาชั้นดีว่า โปรเจกต์นี้ช่างยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง ทั้งที่แก่นแท้ข้างในมันกลวงโบ๋ และเมื่อราคาถูกปั่นจนได้ที่ คนวงใน ก็จะลั่นไกเทขายทำกำไร ทิ้งให้แฟนคลับผู้ภักดีต้องติดดอยรับกรรมไปตามระเบียบ

เพื่อเห็นภาพความเจ็บปวดนี้ชัดยิ่งขึ้น ลองมาดูเคสคลาสสิกอย่างเหรียญ MOTHER ของ Iggy Azalea ที่เคยพุ่งไปทำมาร์เก็ตแคปสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2024 โดยมีคำสัญญาหวานหูว่าเหรียญนี้จะถูกนำไปใช้ในอีโคซิสเต็มของเธออย่างโปรเจกต์ MOTHERLAND 

แต่พอถึงเวลาเปิดตัวจริงในเดือนมกราคม 2025 โปรเจกต์กลับรับชำระแค่เหรียญ USDT ส่วน Use Case อื่นๆ ก็เป็นแค่ลมปาก ส่งผลให้ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 มูลค่าของ MOTHER ร่วงดิ่งลงมาเหลือแค่ 1.3 ล้านดอลลาร์ หายไปกว่า 99% ซ้ำร้ายข้อมูลจาก Bubblemaps ยังแฉว่ามีคนวงในแอบกว้านซื้อเหรียญไปถึง 20% ตั้งแต่ต้นทางแล้วเทขายฟันกำไรไปกว่า 2 ล้านดอลลาร์ จนตอนนี้นักลงทุนต้องรวมตัวกันยื่นฟ้องศาลแบบ Class-Action ที่แมนฮัตตันไปเป็นที่เรียบร้อย

อีกหนึ่งวีรกรรมที่แสบถึงทรวงคือคดีของ Caitlyn Jenner ที่ปั้นเหรียญ JENNER บน Solana จนมูลค่าพุ่งไป 42 ล้านดอลลาร์ แต่จู่ๆ เธอก็ทิ้งแพลตฟอร์มเดิมดื้อๆ แล้วหนีไปเปิดเหรียญใหม่ชื่อเดิมบน Ethereum ทำเอาราคาเหรียญฝั่ง Solana ทิ้งดิ่ง 66% ภายในวันเดียวจนมูลค่าเหลือแค่หลักหมื่นดอลลาร์ 

ที่น่าเจ็บใจคือเหรียญใหม่บนฝั่ง Ethereum เธอได้ตั้งค่าธรรมเนียมหักเข้ากระเป๋าตัวเอง 3% จากทุกธุรกรรม ฟันกำไรนิ่มๆ ไปกว่าครึ่งล้านดอลลาร์ก่อนที่ราคาจะพังทลายลงมาเช่นกัน และแม้นักลงทุนจะพยายามฟ้องร้อง แต่ศาลก็เพิ่งยกฟ้องไปเมื่อเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลทางกฎหมายที่มองว่าเหรียญมีมพวกนี้ ไม่ใช่หลักทรัพย์ ความเสียหายทั้งหมดจึงตกเป็นของนักลงทุนที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง

นอกจากสองเคสใหญ่นี้ สุสานของวงการคริปโทยังเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของเหรียญอย่าง JASON, DADDY, DAVIDO, STAR10 และอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดล้วนมีจุดจบแบบเดียวกันเป๊ะ คือปั่นกระแสให้สุด ดึงดูดเม่าเข้ากองไฟ แล้วคนวงในก็โกยเงินหนีไป

ในฐานะคนที่คลุกคลีในตลาดคริปโทมานับสิบปี อยากจะสรุปบทเรียนเลือดจากปรากฏการณ์นี้ไว้เตือนสติทุกคนครับ อย่างแรกเลยคือ คุณต้องแยกให้ออกระหว่าง ความดัง กับ คุณค่า ชื่อเสียงของคนสร้างไม่ได้แปลว่าโปรเจกต์นั้นมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เหรียญที่มีอนาคตต้องมี Use Case ที่จับต้องได้ มี Tokenomics ที่โปร่งใส ไม่ใช่มีแค่หน้าดาราบนรูปโปรไฟล์ ประการต่อมาคือจงระวังกลโกงของ คนกลาง หรือ ทีมงานหลังบ้านที่มักจะแอบแบ่งเหรียญก้อนโตไว้ให้พวกพ้องตัวเองล่วงหน้าเพื่อรอเวลาเทขายใส่คุณ

และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของข้อกฎหมาย เคสของ Caitlyn Jenner พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเกิดความเสียหาย ดาราเหล่านี้แทบจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะกฎหมายยังตามไม่ทันและไม่คุ้มครอง 

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะกดปุ่มซื้อเหรียญครั้งต่อไปเพราะทนแรง FOMO ไม่ไหว ลองดึงสติแล้วถามตัวเองคำถามเดียวสั้นๆ ดูครับว่า… ถ้าตัดชื่อดาราคนนี้ออกไป เหรียญนี้ยังมีค่าอะไรให้คุณต้องเสียเงินซื้ออยู่อีกไหม? ถ้าคำตอบคือไม่ ก็จงปิดแอปฯ แล้วเอาเงินไปกินข้าวดีกว่า


มุมมองผู้เขียน : กระแสเหรียญมีมของคนดังไม่ใช่เรื่องใหม่ และก็ไม่น่าจะหมดไปในเร็ว ๆ นี้ ตราบใดที่ยังมีคนที่ต้องการใช้ชื่อเสียงแลกเงินในเวลาอันสั้น พร้อมเหล่าแฟนคลับที่พร้อมจะเทเงินเพื่อสนับสนุนไอดอลของตัวเอง วงจรนี้ก็จะวนซ้ำต่อไป จนกว่านักลงทุนจะเข็ดและหลาบจำในบทเรียน