bitkub-banner

Bitcoin ETF สหรัฐฯ เงินไหลออกกว่า 6.35 พันล้านดอลลาร์ใน 30 วัน สูงสุดนับตั้งแต่เปิดซื้อขาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 6.35 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันทำการที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กองทุนประเภทนี้เริ่มซื้อขายในเดือนมกราคม 2024
  • ช่วงที่แรงขายรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน โดยมี Bitcoin ไหลออกจากกองทุนรวมกว่า 59,400 BTC ขณะที่กองทุนขนาดใหญ่อย่าง IBIT ของ BlackRock และ FBTC ของ Fidelity ได้รับผลกระทบมากที่สุด
  • แม้เงินจะไหลออกจาก Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนยังคงอยู่ในตลาดคริปโต โดยเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่สินทรัพย์และธีมการลงทุนอื่นมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การไหลออกของเงินทุนในระดับสูงต่อเนื่องสะท้อนว่าความต้องการถือครอง Bitcoin ของนักลงทุนสถาบันอ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาในระยะสั้น แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการถอนตัวออกจากตลาดคริปโตทั้งหมดก็ตาม

ข้อมูลจาก Galaxy Research เปิดเผยว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวม 6.35 พันล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลาเพียง 30 วันทำการ ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่เปิดกองทุนลดลงจากระดับสูงสุดราว 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 5.34 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสถิติการไหลออกที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ Bitcoin ETF เริ่มซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2024

อะไรอยู่เบื้องหลังการไหลออกครั้งใหญ่ครั้งนี้

สื่อ CoinDesk และสื่อ BeInCrypto รายงานว่า การไหลออกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกเผชิญความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายสถาบันลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลงชั่วคราว

เงินทุนไม่ได้หายไปจากคริปโตทั้งหมด

แม้ตัวเลขของ Bitcoin ETF จะดูน่ากังวล แต่เงินทุนจำนวนหนึ่งไม่ได้ออกจากตลาดคริปโต แต่กำลังกระจายไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นภายในอุตสาหกรรม เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงมาอยู่บนบล็อกเชน รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

นักลงทุนสถาบันกำลังเปลี่ยนกลยุทธ์หรือไม่

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจสะท้อนการปรับพอร์ตการลงทุนมากกว่าการสูญเสียความเชื่อมั่นใน Bitcoin โดยตรง เนื่องจากตลาดคริปโตในปัจจุบันมีทางเลือกสำหรับนักลงทุนสถาบันมากกว่าช่วงก่อน ทั้งกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน


ผู้เขียนมองว่า ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่ตัวเลข 6.35 พันล้านดอลลาร์เพียงอย่างเดียว แต่คือคำถามว่าเงินทุนเหล่านั้นกำลังไหลไปที่ใด หากเป็นเพียงการปรับพอร์ตภายในอุตสาหกรรมคริปโต ผลกระทบต่อ Bitcoin อาจจำกัดอยู่ในระยะสั้น แต่หากเงินทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมจริง ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ตลาดต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในช่วงนี้ข้อมูลกระแสเงินทุนรายสัปดาห์ของ ETF จึงน่าจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินทิศทางของตลาดในระยะถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง