สรุปข่าว
- เครือข่าย XRP Ledger มีปริมาณการถือครองเหรียญสเตเบิลคอยน์ RLUSD แตะระดับ 801 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งมากกว่าฝั่ง Ethereum เป็นครั้งแรกสำเร็จ
- ปรากฏการณ์พลิกแซงในครั้งนี้เกิดจากการลดลงของปริมาณเหรียญในฝั่ง Ethereum ผ่านการเผาทำลายตามความต้องการไถ่ถอนของลูกค้าในขณะที่ความต้องการใช้งานบนเครือข่าย XRPL ยังคงมีเสถียรภาพ
- ปัจจุบันเหรียญ RLUSD เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถรั้งอันดับ 8 ของกลุ่มเหรียญสเตเบิลคอยน์ระดับโลกด้วยมูลค่าตลาดรวมเกือบ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
สำหรับเหรียญ XRP เนื่องจากความสำเร็จนี้ช่วยพิสูจน์ความสามารถของเครือข่าย XRP Ledger ในการรองรับเม็ดเงินระดับสถาบันและขับเคลื่อนระบบนิเวศของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว
เกิดความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อเหรียญสเตเบิลคอยน์น้องใหม่อย่าง Ripple USD หรือ RLUSD มีการสลับตำแหน่งผู้นำเครือข่ายบล็อกเชน โดยเครือข่ายดั้งเดิมอย่าง XRP Ledger สามารถทำยอดอุปทานหมุนเวียนแซงหน้าบล็อกเชนยักษ์ใหญ่อย่าง Ethereum ได้เป็นครั้งแรก ท่ามกลางมูลค่าตลาดรวมของโปรเจกต์ที่กำลังขยับเข้าใกล้หลัก 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลออนเชนล่าสุดจากแพลตฟอร์มตรวจสอบระบุว่า ปริมาณการออกเหรียญ RLUSD บนเครือข่าย XRP Ledger พุ่งสูงถึงกว่า 801 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ตัวเลขบนเครือข่าย Ethereum ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 795 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการพลิกแซงอย่างเงียบเชียบ โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการขยายตัวอย่างรุนแรงของฝั่ง XRP Ledger แต่เป็นผลมาจากฝั่ง Ethereum มีการไถ่ถอนเหรียญคืนจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ในปริมาณมาก ส่งผลให้ระบบต้องทำการเผาทำลายเหรียญบนเครือข่าย Ethereum ออกไปตามสัดส่วน ในขณะที่ฝั่ง XRP Ledger มีแรงซื้อและรักษาระดับความต้องการไว้ได้อย่างเหนียวแน่นจนกลายเป็นปัจจัยที่ดันให้เครือข่ายขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งโดยอัตโนมัติ
จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดบนเว็บไซต์ CoinMarketCap พบว่าเหรียญ RLUSD กำลังเติบโตอย่างร้อนแรงและสามารถก้าวขึ้นมาติดอันดับที่ 8 ของกลุ่มเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.598 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีปริมาณการซื้อขายรายวันอยู่ที่ 166.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเหรียญดังกล่าวสามารถลงแข่งขันในกลุ่มโทเคนสกุลเงินดอลลาร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยกำลังไล่ตามผู้เล่นรายใหญ่อย่าง PayPal USD ที่มีมูลค่า 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Global Dollar ที่ระดับ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐมาอย่างกระชั้นชิด
ช่วงเวลาการพลิกแซงในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมๆ กับกระแสข่าวการขยายฐานพันธมิตรไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยก่อนหน้านี้ภาคการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเปิดตัวการดำเนินงานร่วมกับเหรียญ RLUSD ซึ่งในระยะแรกได้เลือกใช้เครือข่าย Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักเนื่องจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมมีความคุ้นเคยและมีการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งกว่า
แม้ว่านักลงทุนบางกลุ่มจะมองว่าเรื่องนี้อาจเป็นผลเสียในระยะยาวต่อเครือข่าย XRP Ledger แต่ทางตัวแทนจากมูลนิธิ XRPL Foundation อย่าง Vet ได้ออกมาอธิบายว่า การที่ Ethereum เป็นผู้นำในช่วงเริ่มต้นถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเพราะโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมมากกว่า แต่ในระยะยาวเหรียญ RLUSD บนเครือข่าย XRP Ledger จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป้าหมายหลักของ Ripple คือการกระจายเหรียญสเตเบิลคอยน์ให้ครอบคลุมในทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่
สำหรับบริษัท Ripple แล้ว ความเป็นผู้นำของเครือข่าย XRP Ledger ในแง่ของปริมาณอุปทานครั้งนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การบริหารแบบหลายเครือข่ายหรือมัลติเชน โดยการปล่อยให้ Ethereum ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำหรับการดึงสภาพคล่องเข้ามาอย่างรวดเร็วในตลาดต่างประเทศที่มีความเข้มงวด ในขณะที่เครือข่าย XRP Ledger ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักที่แข็งแกร่งสำหรับการรองรับเม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มสถาบันการเงินได้อย่างยอดเยี่ยม
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการที่เครือข่าย XRP Ledger สามารถก้าวขึ้นมานำในแง่ของปริมาณอุปทานเหรียญสเตเบิลคอยน์ของตัวเองได้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อระบบนิเวศของ Ripple ความสำเร็จนี้ช่วยลบข้อกังขาที่ว่าเครือข่ายจะถูกบดบังโดย Ethereum หลังจากที่มีข่าวการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น การเลือกใช้กลยุทธ์มัลติเชนถือเป็นทางออกที่ชาญฉลาดในการดึงดูดผู้ใช้งานจากสองฝั่ง โดยฝั่ง Ethereum ช่วยตอบโจทย์สถาบันการเงินดั้งเดิมที่ต้องการความคุ้นเคย ส่วนฝั่ง XRP Ledger ตอบโจทย์ในแง่ความเร็วและค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าในการโอนเงินระหว่างประเทศ ในระยะยาวหากปริมาณการใช้งาน RLUSD บนเครือข่ายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสภาพคล่องและสร้างประโยชน์ใช้สอยให้กับเหรียญ XRP ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์หลักของเครือข่ายได้อย่างยั่งยืน

