bitkub-banner

Michael Saylor ยืนยัน Strategy เดินหน้าสะสม Bitcoin แม้ขาดทุนทางบัญชีมหาศาล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ยืนกรานที่จะเดินหน้าตามแผนการลงทุนใน Bitcoin ต่อไปแม้ราคาตลาดจะผันผวนอย่างหนักจนส่งผลให้บริษัทเผชิญตัวเลขขาดทุนทางบัญชีสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ราคา Bitcoin ดิ่งลงไปแตะระดับ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2024 และคิดเป็นการหดตัวลงกว่า 52% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • บริษัทยังคงรักษาสมดุลทางการเงินด้วยการเพิ่มเงินทุนสำรองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอีก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐพร้อมกับแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 520 เหรียญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากจุดยืนที่หนักแน่นของรายใหญ่อย่าง Strategy ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว แต่ตลาดยังคงถูกกดดันจากสภาวะขาลงและแรงเทขายในภาพรวม

Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ออกมาสยบข่าวลือและข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแผนการลงทุน โดยเขายืนยันอย่างหนักแน่นว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะถือครองและลงทุนใน Bitcoin ต่อไปแม้ว่าราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลจะร่วงลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม

สถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันถือว่าอยู่ในช่วงวิกฤต โดยราคา Bitcoin ดิ่งลงไปทดสอบระดับ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2024 การปรับตัวลดลงในครั้งนี้ทำให้ราคาหดตัวลงกว่า 52% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เหนือระดับ 126,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ราคาจะพยายามรักษาระดับแนวรับที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐเอาไว้ได้มาตลอดทั้งปี แต่แรงเทขายล่าสุดก็กดดันให้ราคาหลุดแนวรับดังกล่าวลงมา

การร่วงลงของตลาดส่งผลกระทบโดยตรงต่องบดุลของ Strategy ซึ่งเผชิญกับตัวเลขขาดทุนทางบัญชีที่สูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่า Michael Saylor กลับไม่แสดงความกังวลต่อตัวเลขดังกล่าว โดยเขามองว่าความผันผวนคือบททดสอบโครงสร้างทุนของทุกบริษัท พร้อมย้ำว่า Strategy จะยังคงรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในระยะยาว และบริหารงานด้วยความโปร่งใสต่อไป

นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา Strategy ได้เดินหน้ากว้านซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะตลาดหมีเช่นนี้ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง CryptoQuant ได้ออกมาแนะนำให้ Strategy ระงับการเข้าซื้อ Bitcoin ชั่วคราวเพื่อหันไปฟื้นฟูเงินทุนสำรองของบริษัทเสียก่อน และควรเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นการหาจังหวะเข้าซื้ออย่างเป็นระบบแทนที่จะไล่ซื้อทุกครั้งที่ระดมทุนได้

ดูเหมือนว่า Strategy จะเริ่มปรับตัวรับมือกับความเสี่ยงบ้างแล้ว โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดบริษัทได้เพิ่มเงินทุนสำรองในรูปแบบ USD อีก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดรวมขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อขององค์กร ขณะเดียวกันก็ยังคงแบ่งเงินอีก 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 520 เหรียญ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมียอดถือครองรวมทะลุ 847,363 เหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าท่าทีของ Michael Saylor สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ฝังรากลึกในวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Bitcoin ซึ่งแตกต่างจากการเก็งกำไรระยะสั้นของนักลงทุนทั่วไป การยอมแบกรับผลขาดทุนทางบัญชีระดับหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรักษากลยุทธ์เดิมเอาไว้เป็นการส่งสัญญาณถึงตลาดว่ากลุ่มทุนสถาบันรายนี้จะไม่ยอมเป็นฝ่ายเทขายเพื่อกดดันราคาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม คำเตือนของ CryptoQuant ก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในมุมมองของการบริหารความเสี่ยงองค์กร การที่ Strategy เริ่มหันมาตุนเงินสดสำรองควบคู่ไปกับการสะสมเหรียญถือเป็นการปรับตัวที่รอบคอบมากขึ้น สำหรับนักลงทุนทั่วไป สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนที่ดีว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงจำเป็นต้องมีสายป่านที่ยาวพอและต้องมีการจัดการเงินสำรองที่รัดกุมเพื่อให้อยู่รอดได้ในทุกสภาวะตลาด