สรุปข่าว
- ยูเครนได้ทำการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USDT มูลค่ากว่า 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ยึดมาได้เข้าสู่กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีภายใต้การดูแลของหน่วยงานจัดการสินทรัพย์แห่งชาติอย่าง ARMA ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีการนำคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่การบริหารจัดการของรัฐอย่างเป็นทางการ
- เงินดิจิทัลจำนวนดังกล่าวถูกยึดมาจากหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มแฮกเกอร์ข้ามชาติที่ก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์เพื่อเรียกค่าไถ่จากเหยื่อทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาโดยประเมินว่าสร้างความเสียหายรวมกันมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนจะนำเงินมาฟอกผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์และของมีค่าในยูเครน
- ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยูเครนในการพัฒนาระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ EU หลังจากที่ประเทศได้ผ่านร่างกฎหมายรองรับคริปโตเคอร์เรนซีไปเมื่อปี 2022 และกำลังเดินหน้าจัดระเบียบตลาดเพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์สินของอาชญากรไซเบอร์เข้าสู่กระบวนการของรัฐซึ่งเป็นเรื่องระดับประเทศที่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องโดยรวมของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
ประเทศยูเครนได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการจัดการกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดของยูเครนได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางแพลตฟอร์ม Telegram ว่า รัฐบาลได้ทำการโอน USDT ซึ่งเป็น Stablecoin มูลค่ารวมกว่า 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีภายใต้การดูแลของหน่วยงานค้นหา ติดตาม และจัดการสินทรัพย์แห่งชาติ หรือ ARMA เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนี่นับเป็นเหตุการณ์แรกที่สินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึดอายัดได้ถูกส่งมอบให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ
แหล่งที่มาของ USDT ก้อนนี้ถูกยึดมาจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับนานาชาติ ข้อมูลจากสำนักงานสืบสวนแห่งรัฐระบุว่า กลุ่มอาชญากรไซเบอร์รายนี้ได้ก่อเหตุโจมตีระบบและขโมยข้อมูลความลับของทั้งบุคคลทั่วไปและบริษัทเอกชนหลายแห่งทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยมีการประเมินว่าความเสียหายทั้งหมดอาจสูงเกินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากได้เงินมา พวกเขาก็นำมาฟอกผ่านระบบเศรษฐกิจในยูเครนด้วยการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกมากมาย
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วจำนวนสี่รายซึ่งรวมถึงตัวการหลักของขบวนการนี้ โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อรอดำเนินคดี นอกเหนือจากเงินดิจิทัลแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 11.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย ยานพาหนะ และเงินสดอีกจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งมอบหน้าที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ให้กับหน่วยงาน ARMA จึงถือเป็นบททดสอบแรกหลังจากที่หน่วยงานดังกล่าวเพิ่งผ่านการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่เมื่อปี 2025 เพื่อยกระดับความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือจนได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป
เหตุการณ์ยึดทรัพย์สินเข้าสู่กระบวนการของรัฐในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยูเครนกำลังเร่งวางรากฐานและจัดระเบียบตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศให้มีความเป็นทางการมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันยูเครนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความตื่นตัวด้านคริปโตเคอร์เรนซีมากที่สุดในโลก โดยข้อมูลจากสถาบัน Chainalysis ระบุว่ายูเครนมีปริมาณการทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีสูงเป็นอันดับสี่ของยุโรป ด้วยมูลค่าเม็ดเงินที่ไหลเวียนสูงถึง 2.06 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงกลางปี 2024 ถึงกลางปี 2025 ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่รัฐของยูเครนยังมีการถือครอง Bitcoin รวมกันมูลค่าสูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลเองก็เคยมีแนวคิดที่จะจัดตั้งคลังทุนสำรองคริปโตเคอร์เรนซีระดับชาติอีกด้วย
ยูเครนได้ประกาศให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2022 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลักดันร่างกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีและควบคุมตลาดให้สอดคล้องกับแนวทางสากล เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสมาชิกของ EU อย่างสมบูรณ์แบบ สถาบัน Royal United Services Institute ของสหราชอาณาจักรเคยประเมินไว้ว่า หากยูเครนเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น ประเทศจะสามารถทวงคืนเงินที่ถูกขโมยไปและจัดเก็บภาษีที่ตกหล่นได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตือนว่าการปล่อยปละละเลยอาจทำให้ยูเครนกลายเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีของอาชญากร ดังนั้นการที่รัฐบาลสามารถยึดและนำคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาบริหารจัดการได้เองในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกลไกปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา: decrypt
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าความสำเร็จของยูเครนในการดึงสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการของรัฐถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก ในอดีตข้อจำกัดทางเทคโนโลยีมักทำให้รัฐไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่ในบล็อกเชนได้ แต่เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายและหน่วยงานอย่าง ARMA ถูกพัฒนาขึ้น รัฐก็สามารถจัดการกับคริปโตเคอร์เรนซีได้เหมือนกับทรัพย์สินทั่วไป การที่รัฐบาลยูเครนก้าวเข้ามารับบทบาทนี้อย่างจริงจังสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจที่จะกวาดล้างภาพลักษณ์ของการเป็นสวรรค์สำหรับการฟอกเงิน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ สำหรับอุตสาหกรรมในภาพรวม การมีกฎหมายและการปราบปรามอาชญากรที่เด็ดขาดจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซีในระยะยาว

