สรุปข่าว
- อัตราส่วนกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงของ Bitcoin ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 43 เดือน ตามข้อมูล on-chain ที่ถูกเผยแพร่โดย Cointelegraph
- ในอดีต ระดับตัวเลขดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังสร้างฐาน และเคยเป็นสัญญาณก่อนการฟื้นตัวของราคา Bitcoin หลายครั้ง
- แม้ตัวชี้วัดจะส่งสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว แต่นักวิเคราะห์เตือนว่ายังควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและกระแสเงินทุนจากสถาบันควบคู่กัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ตัวชี้วัดกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงในอดีตมักเข้าสู่ระดับต่ำสุดในช่วงที่แรงขายเริ่มหมดลงและตลาดเข้าสู่ระยะสะสมแม้จะไม่ใช่สัญญาณยืนยันว่าราคาจะกลับตัวทันที แต่ถือเป็นข้อมูลเชิงบวกสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว
ตัวชี้วัดสำคัญของ Bitcoin ส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย
ข้อมูล on-chain ล่าสุดเผยว่าอัตราส่วนกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงของ Bitcoin ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 43 เดือน ซึ่งเป็นระดับที่เคยปรากฏในช่วงปลายตลาดหมีหลายครั้งก่อนหน้านี้
ตัวชี้วัดดังกล่าวใช้เปรียบเทียบมูลค่าการทำกำไรและการขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงบนเครือข่าย Bitcoin โดยสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่มีการเคลื่อนย้ายเหรียญ
เมื่อค่าอัตราส่วนลดลงมาก แสดงให้เห็นว่าการขายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการขายขาดทุน หรือกำไรที่เกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมักสะท้อนว่าความตื่นตระหนกของตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้าย
ประวัติศาสตร์ชี้ ระดับนี้มักเกิดใกล้จุดต่ำสุดของตลาด
ข้อมูลย้อนหลังแสดงให้เห็นว่าอัตราส่วนกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงนั้นเคยแตะระดับต่ำในลักษณะเดียวกันในช่วงหลังตลาดหมีปี 2015, 2018 และ 2022
แม้แต่ละครั้งจะมีปัจจัยเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกันคือ ตลาดมักเข้าสู่ช่วงที่แรงขายเริ่มลดลง ก่อนที่นักลงทุนระยะยาวและสถาบันจะทยอยสะสมสินทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดนี้ไม่สามารถใช้ทำนายจุดต่ำสุดของราคาได้อย่างแม่นยำ เพราะในหลายกรณี Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ sideway หรือปรับฐานต่ออีกระยะหนึ่งก่อนเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น
การที่อัตราส่วนกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงของ Bitcoin ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 43 เดือน ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสายใช้ข้อมูล on-chain เพราะในอดีตระดับดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงปลายของตลาดหมี ก่อนที่ Bitcoin จะเริ่มเข้าสู่รอบการฟื้นตัว แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดได้สร้างจุดต่ำสุดแล้ว แต่ข้อมูลนี้สะท้อนว่าแรงขายอาจเริ่มลดลง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนระยะยาวกำลังกลับมาอีกครั้ง สัญญาณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสัญญาณจาก “พฤติกรรมของผู้ถือเหรียญ” มากกว่าความเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวัน หากประวัติศาสตร์ยังคงซ้ำรอย การเข้าสู่ระดับต่ำสุดของอัตราส่วนดังกล่าวอาจเป็นจุดที่ตลาดเริ่มเปลี่ยนจากความกลัวไปสู่การสะสม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรรอการยืนยันจากปัจจัยมหภาคและกระแสเงินทุนของสถาบันก่อนสรุปว่าตลาดหมีได้สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง
ที่มา : Cointelegraph, CryptoQuant

