bitkub-banner

นี่คือเหตุผลที่การเทขาย Bitcoin ของ Strategy อาจไม่ใช่สัญญาณขาลงอย่างที่หลายคนกังวล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเทขาย Bitcoin มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐของบริษัท Strategy ไม่ได้ทำให้ตลาดเกิดการเทขายอย่างรุนแรงตามที่นักวิเคราะห์หลายคนเคยคาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
  • หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale มองว่าแผนการขาย Bitcoin มูลค่ารวม 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของบริษัทจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในโครงสร้างทางการเงินและสนับสนุนให้ราคาของ Bitcoin สามารถค้นพบจุดต่ำสุดที่แข็งแกร่งได้
  • แม้ว่านักวิจารณ์อย่าง Peter Schiff จะประเมินว่าบริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจริงกว่า 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการขายต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยแต่นักวิเคราะห์บางส่วนกลับมองว่าการที่ตลาดไม่ตอบสนองต่อข่าวร้ายนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากตลาดสามารถซึมซับแรงเทขายก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินได้อย่างแข็งแกร่งโดยไม่เกิดความตื่นตระหนกซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นและอาจเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดรอบขาลง

การเทขาย Bitcoin ล็อตใหญ่ของ Strategy มูลค่า 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนหรือทำให้ตลาดพังทลายลงอย่างที่หลายฝ่ายหวาดกลัว โดยทาง Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ได้ออกมาระบุว่าแผนการเทขายสินทรัพย์มูลค่ารวม 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาให้กับ Bitcoin ในระยะยาว

การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัทฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐได้อีกครั้งนับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นเคยร่วงหลุดระดับพาร์ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าบริษัทจะหาเงินจากไหนมาจ่ายปันผลในช่วงที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงซบเซา การยอมเฉือนเนื้อขายเหรียญในรอบนี้จึงเป็นเพียงก้าวแรกในการสร้างกันชนทางการเงินเพื่อรองรับภาระผูกพันดังกล่าว

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือตลาดไม่ได้มีปฏิกิริยาเชิงลบอย่างรุนแรงเหมือนช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่การขายเหรียญเพียง 32 Bitcoin ของบริษัทเคยกดดันให้ราคาร่วงลงไปกว่า 20% จนหลุดระดับ 59,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่ในครั้งนี้ราคาพยายามปรับตัวลงเพียงเล็กน้อยก่อนจะดีดกลับมาปิดบวกได้ 0.6% ซึ่งสวนทางกับคำเตือนของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan และ Galaxy Research ที่เคยออกโรงคัดค้านและประเมินว่าการเทขายเหรียญจะฉุดให้ตลาดดิ่งลงอย่างหนักพร้อมทั้งแนะนำให้บริษัทใช้วิธีขายหุ้น MSTR เพื่อเพิ่มเงินสดสำรองแทน

การที่ตลาดเมินเฉยต่อข่าวลบในระดับนี้ทำให้นักวิเคราะห์อย่าง James Van Straten มองว่านี่อาจเป็นสัญญาณของการเข้าสู่จุดต่ำสุดของตลาดอย่างแท้จริงเมื่อข่าวร้ายไม่สามารถกดดันให้ราคาร่วงลงไปได้อีก

ถึงกระนั้น Peter Schiff ซึ่งเป็นผู้ที่มักจะวิพากษ์วิจารณ์ Strategy มาอย่างยาวนานยังคงโจมตีว่าบริษัทกำลังแบกรับผลขาดทุนอย่างหนักเนื่องจากการขายเหรียญในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยทำให้เกิดผลขาดทุนที่รับรู้แล้วสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ

หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขาเชื่อว่าความเสียหายจะยิ่งบานปลายหากตลาดยังบีบให้บริษัทต้องขายเหรียญที่เหลืออีกกว่า 840,000 Bitcoin ออกมา อย่างไรก็ตามทิศทางการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้นยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคโดยเฉพาะรายงานการประชุม FOMC ที่มีกำหนดเปิดเผยในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

ที่มา: ambcrypto


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าพฤติกรรมของราคา Bitcoin ที่สามารถทนทานต่อข่าวการเทขายระดับร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐได้นั้นเป็นสัญญาณบวกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกังวล การที่ตลาดเลิกแพนิกกับข่าวลบคือคุณสมบัติสำคัญของช่วงปลายตลาดหมี โครงสร้างทุนของ Strategy ที่เคยเป็นระเบิดเวลาถูกปลดชนวนลงด้วยการยอมหักกฎเหล็กของตัวเองเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันส่งผลดีต่อเสถียรภาพโดยรวมมากกว่าการปล่อยให้บริษัทขาดสภาพคล่องจนต้องถูกบังคับขายในภายหลัง สำหรับนักลงทุน การที่ราคาไม่ร่วงทะลุแนวรับสำคัญจากข่าวนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการพิจารณาวางแผนรับมือ เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแรงซื้อจากฝั่งสถาบันและรายย่อยยังคงแข็งแกร่งพอที่จะดูดซับแรงกระแทกจากวาฬองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ